6 คำถามต้องถามตัวเอง ก่อนจัดกระเป๋าเที่ยว

6-question-000-1

เคยเป็นไหมครับ จะเที่ยวพักร้อนให้สบายใจสักสามสี่วัน แต่ต้องเตรียมตัวจัดกระเป๋าก่อนเดินทางถึงสองสัปดาห์ คิดไม่ตกว่าอะไรต้องเอาไปและอะไรควรทิ้งไว้บ้าน แถมพอถึงเวลาเที่ยวปรากฏว่าขนของไม่ได้ใช้งานไปให้หนักเพียบเลย

ความจริงการจัดกระเป๋าให้พอดีไม่ขาดไม่เกินอยู่ที่ตัวคุณเองนั่นแหละต้องตัดสินใจ ตอบคำถามประเภท How What Where When ให้เหมาะสม ซึ่งเพื่อเป็นการง่ายผมขอยกคำถาม 6 ข้อที่ต้องถามตัวเองทุกครั้งก่อนเริ่มต้นแพ็คกระเป๋ามาให้คิดกัน แล้วค่อยนำคำตอบทั้งหมดมาขยำรวมจนได้บทสรุปว่าควรเอาอะไรไปบ้าง

ทริคเล็กๆ ซึ่งใช้ได้เสมอคือการจดสิ่งจำเป็นทุกอย่างที่ต้องใช้ในทุกสถานการณ์แปะติดฝาบ้านไว้เลย แล้วค่อยๆ ตัดสิ่งไม่จำเป็นสำหรับทริปนั้นๆ ออกทีละอย่างจนเหลือแต่ของที่เราต้องใช้งาน จำไว้ว่าเหลือดีกว่าขาด แต่ถ้าเผื่อเหลือขนาดทำให้กระเป๋าทะลัก อันนั้นก็ไม่ใช่เรื่องฉลาดเช่นกัน


ไปที่ไหน หรือไปทำอะไร

คำถามข้อแรกก่อนเดินทางทุกครั้งคือ “ฉันจะไปไหน” และ “ทำกิจกรรมอะไร” คุณคงไม่ทะลึ่งหยิบเสื้อกล้ามตัวเก่งไปใส่พิชิตยอดภูชี้ฟ้าอันเหน็บหนาวแทนที่จะเอาเสื้อแขนยาวผ้าหนาๆ ไปหรอกนะ หากเที่ยวทะเลก็คิดสักหน่อยว่าแค่เดินเล่นชายหาด หรือมีทัวร์ดำน้ำซึ่งควรพกโอเชียนแพ็คไว้ใส่อุปกรณ์อิเล็คโทรนิค ถ้ามีเสื้อผ้าต้องเปียกก็น่ามีถุงพลาสติกไว้ใส่เสื้อพวกนั้น หากในทริปต้องเข้าวัดวาหลายแห่ง เช่นตะลอนตัวเมืองเชียงใหม่ แต่ทั้งกระเป๋ามีแค่กางเกงขาสั้นตามสไตล์สาวมั่นใส่เที่ยวคงไม่พ้นโดนสายตาคนอื่นตำหนิ

6-question-001


ไปเมื่อไหร่

ไปเมื่อไหร่สำคัญพอๆ กับไปที่ไหน ในฤดูฝนไม่ว่าจะเที่ยวสถานที่แห่งใดก็ควรมีโอเชียนแพ็คติดกระเป๋า เกิดฝนพรำขึ้นมาสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตจะได้ไม่เสี่ยงต้องชีวาวาย กระเป๋ากล้องล่ะถ้าฝนตกเรามีอะไรป้องกันบ้างไหม หรือเที่ยวหน้าฝนก็น่าเผื่อเสื้อผ้าไปเกินจำนวนวันสักชุด ส่วนขึ้นดอยหน้าร้อนอากาศไม่เย็นมากไม่ต้องจำเป็นหอบเสื้อกันหนาวขนเป็ดไปหรอก ดังนั้นควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางทุกครั้ง ถึงกรมอุตุฯ ของเราจะแม่นบ้างไม่แม่นบ้าง แต่ป้องกันไว้ดีกว่าต้องหาทางแก้ให้ปวดหัว

6-question-002


เดินทางยังไง

ขับรถ ขึ้นเครื่อง รถทัวร์ รถไฟหวานเย็น ต้องเดินทางกี่ต่อ วิธีเดินทางและจำนวนการเปลี่ยนพาหนะมีผลต่อการจัดกระเป๋าอย่างมาก ถ้าตั๋วเครื่องบินของคุณซื้อโปรโมชั่นไม่มีโหลดของแต่ดันขนกระเป๋าเดินทางไปสองใบโตก็เห็นแวววุ่นวายตั้งแต่เริ่ม หรือทริปนี้นั่งรถทัวร์แต่เอาถ้วย ชาม กะละมัง หม้อ เพื่อไปแคมปิ้งริมทะเลก็ไม่ใช่เรื่อง แบบนั้นรถไฟเข้าท่ากว่านะ ถ้าต้องต่อรถหลายต่อเช่นลงรถทัวร์แล้วขึ้นรถโดยสารไปลงอีกอำเภอ จากนั้นต้องต่อสองแถวเข้าไปอีก หากมีกระเป๋าเยอะหลายใบก็ลำบากแน่นอนเวลาเปลี่ยนรถ ดังนั้นขอเป็นใบใหญ่หน่อยแต่แค่ใบเดียวทะมัดทะแมงกว่า

6-question-003


พักที่ไหน

คุณจะพกไฟฉายกระบอกโตไปทำไมเมื่อทริปนี้พักรีสอร์ทห้าดาว แต่มันต้องเป็นปัญหาใหญ่แน่ถ้าคุณไม่มีไฟฉายในทริปกางเต็นท์นอนกลางป่าแก่งกระจาน ปลั๊กพ่วงน่ะมีประโยชน์ แต่ถ้าคุณไปนอนเต็นท์บนดอยอินทนนท์มันก็ไม่มีปลั๊กต้นทางให้เสียบหรอก ผ้าเช็ดตัวผืนโตไม่ต้องยัดใส่เป้ให้เกะกะถ้านอนในโรงแรมซึ่งเขามีให้ใช้งาน ยิ่งเราพักที่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากเท่าไหร่ กระเป๋าของเราก็ควรมีน้ำหนักน้อยลงตามไปด้วย ดังนั้นก่อนจะยัดอะไรลงกระเป๋าลองคิดสักนิดว่าที่พักของเราเป็นอย่างไร

6-question-004


กินอะไร

จริงๆ มันไม่ใช่เรื่องสำคัญหากคุณไม่ได้เที่ยวพวกอุทยานแห่งชาติซึ่งปกติจะต้องอยู่ไกลจากชุมชน แต่ถ้าคุณชอบเที่ยวอุทยาน แบ็คแพ็คไป แบบนั้นล่ะน่าห่วงทันที เพราะหลายอุทยานฯ ร้านอาหารเปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ หรือบางแห่งเปิดทุกวันแต่สี่ห้าโมงเย็นก็ปิดแล้ว ซึ่งหลายคนไม่ค่อยรู้เรื่องนี้ ใครมัวแต่อ้อยอิ่งชมพระอาทิตย์ตกกลับมาพบว่าร้านปิดโดยไม่ได้สั่งไว้ก่อน แถมไม่มีรถ ไม่มีเสบียง นั่นเข้าขั้นบรรลัยเชียวล่ะ หรือหากแบ็คแพ็คไปพักรีสอร์ทไกลปืนเที่ยง ไปในที่ที่ของกินแพงมากอย่างเกาะบางแห่ง แต่คุณงบจำกัด การพกของกินสำเร็จรูปในกระเป๋าเล็กๆ น้อยๆ ก็จะมีประโยชน์มาก

6-question-005


พกเงินเท่าไหร่

ไม่ได้หมายความว่าจะจำกัดการใช้เงิน แต่หมายถึงคุณต้องประเมินว่าควรพกเงินสดติดตัวมากน้อยขนาดไหน เกาะช้างมี ATM ทุกธนาคาร ทุกหาด เป็นร้อยตู้ กดเอาตอนไหนก็ได้ แต่ที่หลีเป๊ะมี ATM ตู้เดียวและเงินหมดเป็นประจำ หากคุณพกแค่หลักร้อยพอเฉพาะค่าเดินทางก็แย่แน่ หรือหากเข้าไปเที่ยวอุทยานฯ ไม่มีเงินสำรองแล้วจะไปหาที่ไหนล่ะ และตลอดทริปการเดินทางควรแยกที่เก็บเงินสองแห่งเป็นอย่างน้อย พกติดตัวทั้งหมดแต่อยู่ในกระเป๋าสตางค์ครึ่งหนึ่ง ในกระเป๋ากล้องอีกครึ่งหนึ่ง เผื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันจะได้มีสำรอง

6-question-006


ติดตามเรื่องราวการท่องเที่ยวเดินทางของผมได้อีกช่องทาง
http://www.facebook.com/alifeatraveller