5 ทริปฉ่ำฝน เพลินชมธรรมชาติ

“ยามเมื่อฝนโปรยมาพาชื่นใจ เย็นชื่นกายยามฝนพรำ” บทเพลงจากน้ำเสียงของ มาโนช พุฒตาล ทำให้รู้สึกสดชื่นทุกครั้งเมื่อรู้ว่าสายฝนกำลังโปรายปราย เพราะหากจะมีฤดูใดที่ธรรมชาติเขียวสดชื่น เต็มไปด้วยชีวิตชีวาก็ต้องเป็นหน้าฝนนี่แหละ อย่าได้กลัวว่าจะเฉอะแฉะ อย่าได้กลัวความเปียกปอน เพราะหลายสถานที่เหมาะกับการเที่ยวช่วงฤดูฝนเหลือเกิน เหมือนเช่น 5 สถานที่เหล่านี้ยังไงล่ะ


ล่าหมอก
@ ภูทับเบิก

สุดยอดแห่งจุดล่าทะเลหมอกหน้าฝนต้องยกให้ภูทับเบิก เพชรบูรณ์ ที่สำคัญยังต้องบอกเสียงดังฟังชัดให้รู้กันว่าโอกาสเจอทะเลหมอกแบบสวยสุดๆ คือฤดูฝน ไม่ใช่ฤดูหนาวเหมือนดอยตามภาคเหนืออย่างที่หลายคนอาจเข้าใจผิด เวลาดีที่สุดคือราวเดือนกรกฎาคม ถึงกันยายน ในวันที่โชคเป็นใจ

บนภูทับเบิกมีที่พักมากมายให้เลือก โดยมากเป็นที่พักเรียบง่าย ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรเท่าไหร่ เน้นให้นักท่องเที่ยวอยู่กับวิวสวยๆ เป็นหลัก บางแห่งมีพื้นที่กางเต็นท์ด้วย หรือจะเลือกกางบริเวณจุดกางเต็นท์วิสาหกิจชุมชนก็เข้าท่า สิ่งสำคัญซึ่งต้องระมัดระวังคือการขับรถขึ้นเขาลงเขา เพราะเส้นทางคดเคี้ยวสูงชัน เคยมีนักท่องเที่ยวประสบอุบัติเหตุอยู่เสมอ


เล่นน้ำตก ชมดอกไม้
@ ชัยภูมิ

จะมีช่วงไหนเหมาะกับการเที่ยวชัยภูมิมากกว่าหน้าฝนอีกล่ะ ที่นี่มีจุดเด่นตรงเทศกาลหยิบหมอกหยอกดอกกระเจียว ภายในอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม และอุทยานแห่งชาติไทรทอง ซึ่งดอกไม้สวยนี้จะเบ่งบานตอนกลางฤดูฝน ระหว่างเดือนกรกฎาคม ถึงสิงหาคม

เที่ยวครั้งเดียวสามารถลุยให้ครบ 4 อุทยานแห่งชาติของจังหวัดกัน ที่แรกคือ อช.ตาดโตน ไปเล่นน้ำตกให้สบายกายสบายใจ ต่อจากนั้นขึ้น มอหินขาว ผาหัวนาค ชมวิวสวยๆ ในเขต อช.ภูแลนคา ที่อยู่ไกลกัน แล้วค่อยวนสู่เส้นทางชมดอกกระเจียวที่ อช.ป่าหินงาม และ อช.ไทรทอง ทุกอุทยานฯ มีลานกางเต็นท์ให้สัมผัสบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติ แล้วจะรู้ว่าคำว่าอีสานเขียวมีอยู่จริงที่ชัยภูมิ


อลังการสายน้ำ
@ เขาใหญ่

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่หน้าฝนน่าเที่ยวอย่าบอกใคร นอกจากป่าเขียวสดชื่น หายใจชุ่มปอด ยามเช้าเราจะได้รับการโอบกอดด้วยสายหมอกขาวบริสุทธิ์ อีกทั้งเป็นฤดูกาลที่นักท่องเที่ยวค่อนข้างน้อย บรรยากาศสงบสบายโดยเฉพาะวันธรรมดา เปิดโอกาสให้เราใกล้ชิดธรรมชาติมากๆ

ไฮไลท์การเที่ยวหน้าฝนอยู่ที่น้ำตกอลังการอย่างน้ำตกเหวสุวัต และน้ำตกเหวนรก ทั้งสองแห่งเป็นน้ำตกซึ่งไม่อนุญาตให้เล่นน้ำ เป็นจุดสำหรับชมวิวชมความสวยงาม ดังนั้นหน้าฝนน้ำเยอะจึงเป็นเวลาแห่งควายิ่งใหญ่ เสียงสายน้ำหล่นจากหน้าผาดังกึกก้องไปทั่วผืนป่า บอกนิดหนึ่งว่าที่น้ำตกเหวนรก เราสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางให้พาไปชมวิวมุมสูงได้ด้วย


หมู่บ้านสีเขียว
@ แม่กำปอง

หมู่บ้านสโลว์ไลฟ์ในตำนาน ช่วงหน้าฝนไม่ว่ามองทางใดก็เขียวชุ่มฉ่ำไปทุกทาง ในลำธารเอ่อล้นด้วยสายน้ำไหลเย็น ถือว่าเป็นช่วงซึ่งเหมาะกับการมาพักผ่อนหย่อนใจที่สุด นักท่องเที่ยวก็น้อยกว่าในฤดูหนาวที่ช่วงพีคๆ ผู้คนแทบล้นหมู่บ้านทำเอารถติดยาวหลายกิโลเมตร

แม่กำปองเป็นหมู่บ้านเล็กๆ มีที่เที่ยวน่าสนใจอย่างร้านกาแฟบรรยากาศดี มีน้ำตกแม่กำปองให้เล่นน้ำ วัดคันธาพฤกษาหรือวัดแม่กำปองที่โอบล้อมด้วยต้นไม้ลำธาร หากขึ้นไปจุดชมวิวกิ่วฝิ่น แนวรอยต่อเชียงใหม่ – ลำปาง ก็มีโอกาสเห็นทะเลหมอกสวยๆ ยามเช้า นอกจากนี้ยังสามารถเที่ยวบ้านแม่ลาย หรือบ้านป๊อก ที่อยู่บนแนวเทือกเขาใกล้ๆ กันได้ด้วย


วัดหัวใจ พิชิตกำลัง
@ ภูสอยดาว

เส้นทางเดินป่ายอดฮิตช่วงฤดูฝน ป่าไหนเขาไหนปิดภูสอยดาวไม่เคยแคร์ เพราะที่นี่แหวกแนวเปิดให้เที่ยวตั้งแต่ฤดูฝนเป็นต้นไป และหยุดให้ป่าพักผ่อนช่วงฤดูร้อนแทน กิ๊บเก๋ดีไหมล่ะ นั่นเพราะฤดูฝนเป็นช่วงที่ดอกหงอนนาคสีม่วงจะเบ่งบานทั่วทุ่งบนภูน่ะสิ

เส้นทางเดินเท้าขึ้นสู่ยอดภูสอยดาวระยะทางประมาณ 6.5 กิโลเมตร ค่อนข้างชัน นักท่องเที่ยวควรเตรียมความพร้อมร่างกายสักหน่อย จริงๆ ใครก็ขึ้นได้แต่แข็งแรงไว้จะดีกว่า บนภูมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะทางราว 2 กิโลเมตร ยามเช้าบรรยากาศดีสุดๆ ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกมีลานกางเต็นท์ พร้อมอุปกรณ์ให้เช่า ห้องน้ำกับห้องอาบน้ำ (ต้องตักน้ำเอง) แต่ว่าอาหารต้องเตรียมขึ้นไปทำกินนะ


ติดตามเรื่องราวการท่องเที่ยวเดินทางของผมได้อีกช่องทาง
http://www.facebook.com/alifeatraveller