10 ขุนเขา : หนึ่งชีวิตต้องไปพิชิตสักครั้ง

เดินป่ากันไหม… บอกตรงๆ เลยว่ามันไม่สบายหรอก มันเหนื่อย มันลำบาก มันเอาตัวเองไปทรมาน แต่เชื่อไหมว่ากว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของคนที่ผ่านป่าผ่านภูเขาแรกมาได้แล้วจะต้องร้องขอครั้งต่อๆ ไป เพราะว่าความรู้สึกของการเป็นผู้พิชิตมันสุขล้นเกินบรรยาย และวิวบนยอดเขานั้นก็ไม่ใช่อะไรที่เราจะได้เห็นถ้านอนกระดิกเท้าอยู่บ้าน

10 เขาแนะนำสักครั้งในชีวิตต้องไปโดนให้ได้ เที่ยวง่ายบ้าง เที่ยวยากบ้าง ลองมาวัดใจกันดูครับ


ดอยหลวงเชียงดาว
เชียงใหม่

หนึ่งในสุดยอดขุนเขาของเมืองไทย สูงที่สุดเป็นอันดับ 3 คำว่าสวยราวสวรรค์เหมาะกับที่นี่ที่สุด แถมตลอดทางเดินป่าคือวิวสวย พรรณไม้งาม ดอกไม้ป่าหายาก

แนะนำให้ขึ้นทางเด่นหญ้าขัด 8.5 กิโลเมตร ลงทางปางวัว 6.5 กิโลเมตร เรียกว่าขึ้นทางง่ายลงทางยาก เพื่อจะได้เห็นความแตกต่างของทั้งสองเส้นทาง

ตรงจุดตั้งแคมป์ยังไม่มีวิวอะไรให้ดูหรอกนะ ต้องออกแรงเดินขึ้นไปอีกจนถึงยอดดอยหรือกิ่วลม สองยอดสูงเสียดฟ้าซึ่งรับประกันว่าคนขึ้นไปจะได้เห็นสวรรค์จริงๆ

ปลายฝนกับฤดูหนาวบรรยากาศต่างกัน อยากได้ทะเลหมอกยามเช้าอลังการหน้าหนาวเหมาะกว่า แต่ถ้าช่วงพฤศจิกายังเขียวชุ่มฉ่ำ หมอกฝนลอยห่มยอดเขา เลือกแบบที่ชอบอย่างที่ใช่แล้วลุยโลด

ที่ตั้ง : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
เปิดให้เที่ยว : ทุกวัน ระหว่างเดือนพฤศจิกายน – มีนาคม
คนนำทาง : ต้องมีลูกหาบนำทาง
ระยะเวลาพักแรม : 1-2 คืน
ที่นอน : กางเต็นท์
ห้องน้ำ : มีส้วมหลุม ไม่มีที่อาบน้ำ


ภูกระดึง
เลย

จุดตั้งต้นของคนหัดขึ้นเขา เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างจนเรียกว่าไม่ต้องเตรียมอะไรสักอย่าง (ยกเว้นเงิน) ก็อยู่รอดสบายๆ บนภูกระดึง

จริงๆ ความโหดของภูกระดึงไม่ได้อยู่ที่การเดินขึ้นเขา เพราะ 5.5 กิโลเมตร สู่ยอดภูมีที่พักและของกินตลอดทาง แต่ปัญหาคือการเดินเที่ยวข้างบนต่างหาก ยังไงก็ต้องขาลาก

ลำพังแค่เดินไป-กลับ ผาหล่มสัก สัญลักษณ์ของภูกระดึงก็ปาไป 20 กิโลเตร หากเที่ยวน้ำตกต่างๆ ก็บวกเพิ่มไปอีกหลายกิโล ดังนั้นเตรียมรับความอ่วมกันเลย

แต่ละฤดูกาลของภูกระดึงสวยต่างกัน อยากดูน้ำตกต้องตอนเปิดภูหรือก่อนปิดภู หากอยากชมเมเปิ้ลแดงและทะเลหมอกก็ต้องธันวาคม มกราคม ส่วนหน้าร้อนคนน้อยเงียบสงบดีอีกแบบ

ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติภูกระดึง อ.ภูกระดึง จ.เลย
เปิดให้เที่ยว : ทุกวัน ระหว่างเดือนตุลาคม – พฤษภาคม
คนนำทาง : ไม่ต้องมี เดินขึ้นเขาได้เอง
ระยะเวลา : 1-2 คืน
ที่นอน : กางเต็นท์ บ้านพักอุทยาน
ห้องน้ำ : มีห้องน้ำและห้องอาบน้ำอุทยานฯ


ดอยหลวง-ดอยหนอก
พะเยา

แนวสันเขารอยต่อ พะเยา ลำปาง ขึ้นได้หลายทาง แต่เส้นนิยมที่สุดคือขึ้นทางบ้านแม่นาเรือ พะเยา ลงทางน้ำตกผาเกล็ดนาค พะเยา เช่นกัน

ไฮไลท์คือปีนป่ายพิชิตดอยหนอก ภูเขาหินปูนลูกโดดๆ เห็นชัดจากกว๊านพะเยา ข้างบนเป็นที่ประดิษฐานพระธาตุดอยหนอก มีงานประจำปีกันด้วย ขนาดชาวบ้านยังขึ้นได้ ทำไมเราจะขึ้นไม่ได้

เส้นทาง 10 กิโลเมตร จากจุดเริ่มเดินสู่ยอดดอยหลวงต่อไปยังดอยหนอก ทางไกลแต่ไม่ถึงกับโหดมาก แม้บางช่วงต้องไต่หินไปตามสันเขาซึ่งมีชื่อเก๋ๆ อย่าง สันหมูด้อง บันไดก่ายฟ้า ก็ตาม

ช่วงหน้าหนาวและหน้าแล้งวิวรอบพื้นที่อาจเหลืองๆ หม่นหน่อยๆ แต่ถ้าเป็นปลายพฤษภาคมจนถึงก่อนก่อนปิดดอยปลายมิถุนายน มองทางไหนก็เขียวชอุ่ม

ที่ตั้ง : หน่วยพิทักษ์ฯ ที่ 6 (จำปาทอง) อุทยานแห่งชาติดอยหลวง อ.เมือง จ.พะเยา
เปิดให้เที่ยว : ทุกวัน ระหว่างเดือนตุลาคม – มิถุนายน
คนนำทาง : ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง
ระยะเวลา : 1-2 คืน
ที่นอน : กางเต็นท์
ห้องน้ำ : ไม่มีห้องน้ำ ไม่มีที่อาบน้ำ


ภูสอยดาว
อุตรดิตถ์

ป่าอะไรเหมาะกับการเที่ยวหน้าฝน ก็ป่าภูสอยดาวนี่แหละ เพราะหน้าฝนทุ่งดอกหงอนนาคสีม่วงจะผลิบานสะพรั่งทั่วทั้งลานบนยอดภู แถมหมอกสีขาวกับภูเขาสีเขียวๆ ตัดกันมันน่าชื่นใจนัก

ทางขึ้นประมาณ 6.5 กิโลเตร ชันพอสมควร โดยเฉพาะเนินสุดท้ายก่อนถึงยอดชื่อว่า เนินมรณะ… ทำเอาแทบม้วยมรณาตามชื่อเลยทีเดียว

ใครโชคดีมาถูกจังหวะเวลาฟ้าเปิดตอนกลางคืน บอกเลยคำว่า “สอยดาว” ไม่ใช่แค่ชื่อตั้งกันเล่นๆ เพราะบนภูและพื้นที่โดยรอบมีแสงรบกวนน้อยมาก ดาวจึงพราวนภาสุดๆ

ความจริงบนภูสอยดาวมียังมียอดเขาอีกหนึ่งลูก ความสูงสัก 2,100 เมตร แต่เปิดให้เที่ยวเฉพาะช่วงหน้าหนาวเมื่อฝนหมดเท่านั้น ใครอยากลองกำลังเชิญกันได้เลย

ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์
เปิดให้เที่ยว : ทุกวัน ระหว่างเดือนกรกฎาคม – มกราคม
คนนำทาง : ไม่ต้องมี เดินขึ้นเขาได้เอง
ระยะเวลา : 1-2 คืน
ที่นอน : กางเต็นท์ ผูกเปลได้บางจุด
ห้องน้ำ : มีห้องน้ำและมีที่อาบน้ำของอุทยานฯ แต่ต้องตักน้ำเอง


สันหนอกวัว
กาญจนบุรี

ยอดเขาลักษณะคล้ายหนอกวัวเป็นที่มาของชื่อสันหนอกวัว แถมยังมีสันหนอกเล็ก สันหนอกใหญ่อีกต่างหาก เคยเป็นยอดเขาสูงสุดของเมืองกาญจน์มาก่อนสำรวจพบยอดใหม่

เส้นทางเดิน 8 กิโลเมตร ขึ้นๆ ลงๆ มาตลอดทาง จนสักช่วงกลางนั่นแหละถึงเริ่มชันขึ้นอีกระดับ ถ้าเจอเนินหมาถอยเมื่อไหร่แสดงว่าเราอยู่จุดโหดสุดๆ แล้ว

จากยอดเขาเรามองเห็นเขื่อนเขาแหลม ความชื้นจากป่าและอ่างเก็บน้ำทำให้พบเจอทะเลหมอกได้บ่อยครั้ง อย่างไรตามทุกอย่างอยู่ที่ดวงล้วนๆ

จากจุดกางเต็นท์ เราสามารถเดินเที่ยวเองได้ทั้งสันหนอกเล็กกับสันหนอกใหญ่ มีทางเชื่อมต่อถึงกันด้วย ไปแล้วต้องเก็บให้ครบ อย่าให้เสียของ

ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติเขาแหลม อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี
เปิดให้เที่ยว : ตามวันที่ประกาศ ระหว่างเดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์
คนนำทาง : ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง
ระยะเวลา : 1 คืน
ที่นอน : กางเต็นท์ ผูกเปลได้บางจุด
ห้องน้ำ : มีส้วมหลุม ไม่มีที่อาบน้ำ


ดอยทูเล
ตาก

หนึ่งในสุดยอดเส้นทางเดินป่าของจังหวัดตาก อยู่ในความดูแลของ อบต.ท่าสองยาง เลือกได้เลยว่าจะเที่ยวแบบไหน ขึ้นลงทางไหน หรือกี่วัน

ยอดเทือกเขา ยอดเด่นๆ คือดอยทูเล กับคลุยหลวง แนะนำคืนแรกนอนทูเล คืนสองนอนคลุยหลวง จะฟินสุดลุ้นทะเลหมอกทั้งสองวัน แต่หากเวลาน้อยสามมารถเลือกยอดใดยอดหนึ่งได้

เส้นทางจากจุดเริ่มเดินไปทูเลประมาณ 7 กม. จากทูเลไปคลุยหลวง 5 กม. ทางถือว่าโหดเอาเรื่อง ต้องก้าวขึ้นเป็นส่วนใหญ่ ทางราบและทางลงค่อนข้างน้อยมาก

แนะนำเที่ยวที่นี่ปลายฝนต้นหนาว หรือฤดูหนาว แต่ถ้าอยากได้ฟิลลิ่งแบบทุ่งหญ้าสีทองต้องรอเข้าหน้าร้อนทนความระอุของแสงแดดกันหน่อย

ที่ตั้ง : อ.ท่าสองยาง จ.ตาก
เปิดให้เที่ยว : ทุกวัน ระหว่างเดือนตุลาคม – มีนาคม
คนนำทาง : ต้องมีลูกหาบนำทาง
ระยะเวลา : 1-2 คืน
ที่นอน : กางเต็นท์ ผูกเปลได้บางจุด
ห้องน้ำ : มีส้วมหลุม อาบน้ำได้ที่ลำธาร


เขาหลวง
สุโขทัย

เขาลูกโดดๆ ล้อมด้วยที่ราบทุ่งนาของสุโขทัย เป็นภูเขาที่ขึ้นง่าย หมายถึงเดินขึ้นได้เองไม่ต้องให้ใครนำทาง แต่ก็เป็นเขาที่ขึ้นยาก เพราะทางชันสุดๆ

ขึ้นเขาประมาณ 3.5 กิโลเมตร แต่เกือบทุกก้าวเป็นก้าวขึ้น ความรู้สึกจึงเหมือนมันไกลกว่านั้นหลายเท่า ยังดีที่อุทยานฯ ทำเส้นทาง บันได ราวเกาะค่อนข้างดี ไม่งั้นมีอ่วมแน่นอน

ด้านบนเป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์ ลานกางเต็นท์ดี ห้องน้ำสะดวก แต่ยังไม่มีวิวอะไรหรอกนะ จะดูพระอาทิตย์ตกต้องเดินไปเขาพระแม่ย่า ดูพระอาทิตย์ขึ้นต้องเดินไปผานารายณ์ ประมาณ 1 กม.

เหมาะที่สุดถ้าอยากลุ้นทะเลหมอกคือหน้าฝนในวันที่เป็นใจ ส่วนหน้าหนาวโอกาสเจอหมอกน้อยกว่าแต่เที่ยวสะดวกกว่า และอากาศหนาวสะใจกว่า

ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติรามคำแหง อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย
เปิดให้เที่ยว : ทุกวัน ตลอดทั้งปี ยกเว้นช่วงที่มีประกาศปิดจากอุทยานฯ
คนนำทาง : ไม่ต้องมี เดินขึ้นเขาได้เอง
ระยะเวลา : 1-2 คืน
ที่นอน : กางเต็นท์
ห้องน้ำ : มีห้องน้ำและห้องอาบน้ำอุทยานฯ


ดอยมะม่วงสามหมื่น
ตาก

ชื่อดอยมะม่วงแต่ไม่เห็นมีมะม่วงสักต้น ดอยแห่งนี้เป็นเส้นทางเที่ยวเชื่อมต่อมาจากน้ำตกปิตุ๊โกร หรือน้ำตกรูปหัวใจแห่งอำเภออุ้งผาง

แม้จะอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า แต่การท่องเที่ยวทางเขตฯ ให้ชุมชนเป็นผู้ดูแล เลยยังไม่ได้มีกฎระเบียบอะไรแบบชัดเจนเต็มร้อย

ใครนึกอยากเที่ยวควรสอบถามหรือติดต่อไปยังผู้ประกอบการนำเที่ยวที่อุ้มผาง ให้ทางนั้นประสานงานจะสะดวกกว่าแบ็กแพ็คไปหาคนนำทางเอาเองข้างหน้านะ

การพิชิตยอดดอยเราจะนอนกันแคมป์แถวน้ำตก จากนั้นใช้เวลา 1 ชั่วโมงขึ้นจุดชมวิว และจากจุดชมวิวถึงยอดอีกประมาณ 2 ชั่วโมง แต่ไม่ใช่จะขึ้นยอดสูงสุดได้ตลอดเพราะต้องดูสภาพอากาศเป็นสำคัญด้วย

ที่ตั้ง : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง อ.อุ้มผาง จ.ตาก
ระยะเวลา : 1-2 คืน
เปิดให้เที่ยว : ทุกวัน ระหว่างเดือนมิถุนายน – ตุลาคม
คนนำทาง : ต้องมีลูกหาบนำทาง
ที่นอน : กางเต็นท์ ผูกเปล
ห้องน้ำ : มีส้วมหลุม อาบน้ำได้ที่ลำธาร


เขาช้างเผือก
กาญจนบุรี

มหากาพย์ของเส้นทางเดินป่าของประเทศไทย ทั้งเรื่องความสวยงามและความลำบากในการจองทริป เพราะจากกระแสโปรโมตทำให้เป็นป่าที่ทั้งมือใหม่มือเก่าอยากโดนมากที่สุด

จริงๆ เรื่องความยากในการเดินป่าเขาช้างเผือกถือว่าเส้นทางค่อนข้างง่ายด้วยซ้ำ เพียงทว่ามีเสน่ห์ที่ความหวาดเสียวของสันคมมีด หรือบริเวณสันเขาแคบๆ

การจองทริปแต่ละปีต้องติดตามจากการประกาศของอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิอย่างใกล้ชิด เพราะจะมีการเปลี่ยนแปลงและบริหารกันตามความเหมาะสมในช่วงนั้นๆ

ใครเคยได้เดินป่าเขาช้างเผือกสักครั้งต้องถือว่าโชคดีมาก อย่างที่บอกว่าไม่ใช่เพราะแค่มันสวยมาก แต่เพราะมันจองยากจองเย็นเหลือเกิน (ฮา…)

ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
เปิดให้เที่ยว : ตามวันที่ประกาศ ระหว่างเดือนพฤศจิกายน – มกราคม
คนนำทาง : ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง
ระยะเวลา : 1 คืน
ที่นอน : กางเต็นท์
ห้องน้ำ : มีส้วมหลุม ไม่มีที่อาบน้ำ


ผาหินกูบ
จันทบุรี

ทาง 3 กิโลเมตรแรกอาจทำให้เราตายใจคิดว่าการพิชิตผาหินกูบนั้นง่ายนิดเดียว แต่ 3 กิโลเมตรหลังนี่สิคือของจริง ที่อาจทำให้เราแทบทรุดเกือบล้มทั้งยืน

ความสูงแค่ประมาณ 960 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล แต่ผาหินกูบสวยเด่นมีเอกลักษณ์ตรงเป็นผาหินก้อนยักษ์ที่ซ้อนทับกันแบบให้เรางงๆ ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

เขตรักษาพันธุ์ฯ เปิดให้นักท่องเที่ยวเดินป่าหินกูบได้ตลอดทั้งปี (แต่เฉพาะขึ้นวันเสาร์ ลงวันอาทิตย์) ทำให้สามารถพบเจอความแตกต่างของแต่ละฤดูกาลได้อย่างชัดเจน

เวลาดีที่มีโอกาสเห็นทะเลหมอกมากที่สุดคือยามฟ้าเปิดหลังจากฝนตก ดังนั้นต้นฝนที่ฝนเริ่มมา หรือปลายฝนต้นหนาวจึงถือเป็นช่วงพีคมาก แต่ว่าฤดูอื่นๆ ก็มีเสน่ห์ในอีกแบบเหมือนกันนะ

ที่ตั้ง : หน่วยพิทักษ์ป่าทุ่งเพล เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว อ.มะขาม จ.จันทบุรี
เปิดให้เที่ยว : เฉพาะเสาร์-อาทิตย์ ตลอดทั้งปี
คนนำทาง : ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง
ระยะเวลา : 1 คืน
ที่นอน : ถุงนอน ผูกเปลได้บางจุด
ห้องน้ำ : ไม่มีห้องน้ำ ไม่มีที่อาบน้ำ


ติดตามเรื่องราวการท่องเที่ยวเดินทางของผมได้อีกช่องทาง
http://www.facebook.com/alifeatraveller