แพร่แค่สองเรา ห้าวันกับมอเตอร์ไซค์เช่าหนึ่งคัน

ทริปเดินทาง : 17-21 มกราคม 2562

ทริปนี้สองคน หนึ่งคัน ห้าวัน มีความสุขสุดใจ…. ห้าวันที่แพร่ ทำอะไรบ้าง ทั้งกินของอร่อย ชิลกับคาเฟ่น่ารักๆ และที่สำคัญได้สัมผัสธรรมชาติความเป็นแพร่แบบหลากหลายมาก ถึงที่นี่จะไม่เหมือนเชียงใหม่ เชียงราย หรือ น่าน แต่ก็มีความสวยงามในแบบฉบับของตัวเอง

ที่สำคัญเดี๋ยวนี้เที่ยวแพร่ไม่ยากเลย เช่ามอเตอร์ไซค์ตะลอนๆ สักคัน ราคาไม่แพง แถมถนนที่แพร่ขี่เที่ยวง่าย ไม่พลุกพล่าน รถไม่เยอะนัก มีโอกาสกลับไปซ้ำอีกแน่นอนครับ เล็งไว้หน้าฝนปีนี้นี่แหละไปสัมผัสสีเขียวให้ฉ่ำใจ

เส้นทางที่พวกเราไปทริปนี้ เริ่มจากตัวเมือง ขึ้นไปอำเภอสอง ลงมาอำเภอเมือง แล้ววนกลับตัวเมืองแพร่ นอนโรงแรมหนึ่งคืน กางเต็นท์ตอนตามอุทยานแห่งชาติต่างๆ อีกสามคืน พบเจออะไรมาบ้างตามมาได้เลยครับ



วันที่ 1

ทริปของเราเริ่มต้นที่ตัวเมืองแพร่ครับ นัดร้านเช่ามอเตอร์ไซค์มาส่งรถที่ บขส. ตอนสายๆ แล้วลุยขี่เที่ยวในเมือง วัดวาอาราม สถานที่สวยๆ ทางประวัติศาสตร์ ของกินอร่อย คาเฟ่เก๋ๆ ถือเป็นวันชิลให้คนข้างกายยิ้มออก ก่อนจะพาลุยธรรมชาติกางเต็นท์นอนตลอดอีก 3 คืนที่เหลือ (ฮา…)

* รถเช่าแพร่ บี ไบค์
* วัดจอมสวรรค์
* คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่
* บ้านวงศ์บุรี
* ขนมเส้นดวงเนตร (เก๋ากึ๊ก)
* โฮะ คาเฟ่
* วัดพระธาตุช่อแฮ
* วัดพระธาตุจอมแจ้ง
* วัดพระธาตุดอยเล็ง
* ตลาดประตูชัย
* ที่พัก : มี เบด แอนด์ เบรกฟาสต์

รถเช่าแพร่ บี ไบค์

พาหานะเที่ยวแพร่ของเราในทริปนี้ รถเช่าแพร่ บี ไบค์ เป็นร้านใหญ่สุดแล้วล่ะ ถูกใจมากตรงมีบริการรับ-ส่ง ในเขตเทศบาลเมืองแพร่ฟรี รวมถึงที่ บขส. เพราะฉะนั้นเราเลยไม่จำเป็นต้องไปที่ร้านด้วยตัวเอง นัดเวลามาส่งรถและรับรถคืนแบบสบายสุดๆ

ผมเลือกเช่าเกียร์ธรรมดา ซูซูกิ สแมช คันนี้ วันละ 200 บาท มัดจำ 1,000 บาท สภาพรถโอเค ไม่ถึงกับเครื่องฟิตเปรี๊ยะ แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไรตลอดการเดินทาง ขากลับนัดมารับรถคืนก็ทันใจมาก โอนมัดจำคืนให้รวดเร็ว โอกาสหน้าคงได้ใช้บริการใหม่ครับ

เปิดทุกวัน 8.00-18.00 น. โทร. 0864216498
เฟซบุ๊ก :
รถเช่าแพร่ บี ไบค์
www.facebook.com/Phraebebike

วัดจอมสวรรค์

วัดที่นักท่องเที่ยวหลายคนอาจไม่รู้จัก แต่สวยมาก มาก มาก แถมอยู่ไม่ไกล บขส.แพร่ พระอุโบสถสร้างจากไม้ ศิลปะไทใหญ่ผสมพม่า ตามประวัติบอกว่าสร้างตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 เดินเข้าไปแล้วต้องร้องโอ้ว

ทุกวันนี้หน่วยงานท้องถิ่นปรับปรุงพระอุโบสถให้เป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ทั่วไป

คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่

อาคารไม้สีเขียวประวัติศาสตร์ของแพร่ ชื่อบอกอยู่แล้วว่าเป็นที่ประทับของเจ้าเมืองแพร่แต่เก่าก่อน เจ้าพิริยเทพวงศ์ ผู้ครองนครแพร่องค์สุดท้ายตรงกับช่วงรัชกาลที่ 5 อาคารหลังนี้สวยมากครับ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองแพร่ หน่วยงานท้องถิ่นจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

ใครอยากรู้ประวัติที่นี่ ประวัติเมืองแพร่ และประวัติเจ้าพิริยเทพวงศ์ มาหาคำตอบกันนะครับ ถ้าเข้าเมืองแพร่แล้วยังไงต้องแวะมา

เปิดทุกวัน 8.30-17.00 น. ชมฟรี

บ้านวงศ์บุรี

บ้านวงศ์บุรี หรือคุ้มวงศ์บุรี… ถ้าเปรียบคุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่เป็นบ้านสีเขียว ที่นี่ก็เหมือนบ้านสีชมพู ศิลปะสถาปัตยกรรมเหมือนกัน สร้างขึ้นตามดำริของแม่เจ้าบัวถา มหายศปัญญา พระชายาในเจ้าพิริยเทพวงศ์ เพื่อเป็นของกำนัลแด่เจ้าสุนันทา วงศ์บุรี บุตรีบุญธรรมในพิธีเสกสมรส

ปัจจุบันที่นี่เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เช่นกัน แต่ต่างกับคุ้มเจ้าหลวงตรงที่บ้านวงศ์บุรีถือเป็นบ้านส่วนบุคคล เป็นมรดกตกทอดสืบต่อกันมา การเข้าชมจึงมีค่าใช้จ่ายเล็กน้อย

เข้าเมืองแพร่เที่ยวคุ้มเจ้าหลวงสีเขียว มาต่อที่บ้านวงศ์บุรีสีชมพู อยู่ใกล้กันนิดเดียวแบบแพ็คคู่ครับ

เปิดทุกวัน 9.00-16.30 น. ค่าเข้าชม 30 บาท

ขนมเส้นดวงเนตร (เก๋ากึ๊ก)

เข้าเมืองแพร่ต้องกินขนมเส้นหรือขนมจีนน้ำใส ขนมจีนน้ำหมู ว่ากันว่ามีหลายร้านอร่อย แต่ร้านประจำของผมต้องที่นี่ ขนมเส้นดวงเนตร ขนมจีนน้ำใสถ้วยเล็กๆ น้ำซุปกลมกล่อมมาก กินคู่กับซี่โครงหมูอันใหญ่ๆ ข้าวส้ม (ข้าวผัดมะเขือ) ผักสด คือฟินเว่อร์

ใครอยากกินมื้อเที่ยงที่นี่บอกเลยว่าหมดสิทธิ์ครับ เพราะขายหมดก่อนเที่ยง (ฮา…) ร้านเปิดประมาณเก้าโมงเช้า ไม่เกินเที่ยงหมดเกลี้ยงทุกอย่าง จริงๆ ไปถึงร้านสักสิบเอ็ดโมงครึ่งก็ต้องลุ้นหนักแล้วว่าจะเหลือหรือเปล่า ใครดีใครได้ ช้าอดหมดแน่นอน

เปิดทุกวันถ้าทางร้านไม่ติดธุระ ตั้งแต่ 9.00 จนขายหมด ปกติไม่เกินเที่ยง โทร. 0851065020

โฮะ คาเฟ่

หนึ่งในคาเฟ่น่ารักๆ ของแพร่สไตล์บ้านไม้วินเทจ มีสวนหย่อม นั่งพักแล้วอยากอยู่ยาวๆ ขนมหวานอร่อย กาแฟเลิศ เครื่องดื่มหลากหลายมาก ราคาไม่แรง ที่สำคัญมีกาแฟดริปสำหรับคอกาแฟแท้ๆ ด้วยแนะนำสาวๆ ชอบแน่นอน

เปิดทุกวัน 9.00-17.00 น. โทร. 0826592453
เฟซบุ๊ก :
Ho: BAKE & CRAFT CAFE’
www.facebook.com/hobakeandcraftcafe

วัดพระธาตุช่อแฮ

สัญลักษณ์ทางศาสนาของเมืองแพร่ หนึ่งในพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ของล้านนา พระธาตุประจำปีขาล ไม่มีอะไรต้องอธิบายให้มากความ มาแพร่แล้วควรแวะมาสักการะครับ

วัดเปิดให้สักการะพระธาตุ 6.00-19.00 น.

วัดพระธาตุจอมแจ้ง

พระธาตุโบราณเก่าแก่สำคัญอีกองค์ของเมืองแพร่ อยู่ใกล้กับพระธาตุช่อแฮนั่นแหละ ภายในพระธาตุบรรจุพระเกศธาตุและพระบรมสารีริกธาตุ บรรยากาศต่างกับพระธาตุช่อแฮอย่างสิ้นเชิง เพราะนักท่องเที่ยวไม่ค่อยแวะมาเท่าไหร่ เงียบสงบร่มรื่น

วัดพระธาตุดอยเล็ง

นอกจากเป็นวัดบนเขา ยังเป็นจุดชมวิวสวยใช้ได้เลยล่ะ ถนนคอนกรีตจนถึงลานหน้าพระเจดีย์ รถยนต์ขึ้นถึงสบาย แต่ทางช่วงสุดท้ายค่อนข้างชันขับระมัดระวังกันด้วย รับรองว่าคุ้มค่ากับวิวที่เห็น แถมองค์พระธาตุดอยเล็งก็สวยมากครับ ล่าสุดบูรณะใหญ่เมื่อสิบกว่าปีก่อน

ตลาดประตูชัย

เย็นๆ ค่ำๆ หิวๆ ต้องตลาดประตูชัย ของกินเยอะแต่ไม่ถึงกับเยอะมาก ข้อดีคือผมว่าอร่อยรสชาติเด็ดเกือบทุกร้านที่เรียงรายกันอยู่ตรงนั้น บรรยากาศสบายดีด้วย คนคึกคักแต่ไม่ถึงกับทำให้อึดอัด ตั้งร้านกันตั้งแต่ห้าโมงเย็น เก็บกันหมดห้าทุ่มเที่ยงคืนโน่นแหละ

มี เบด แอนด์ เบรกฟาสต์

ที่พักในเมืองแพร่มีเยอะมาก ครั้งนี้เลือกพักสไตล์ B&B (Bed and Breakfast) ที่ Mee Bed and Breakfast น่ารักดีครับ ห้องพักสะอาด สบาย สไตล์ลอฟต์ เราสองคนไม่ได้จองห้องพักไว้ก่อนครับ หาเบอร์โทรถามแล้ววอล์คอินเข้าไปเลย ห้องใหญ่เตียงเดี่ยวคืนละ 700 บาท โดยรวมแล้วพอใจ คุณนายเธอชอบก็โอเค

โทร. 0918514476
เฟซบุ๊ก :
Mee bed and breakfast
www.facebook.com/meebedandbreakfast


วันที่ 2

ทริปวันนี้เริ่มต้นในตัวเมืองแบบเบาๆ ก่อนวิ่งออกข้างนอก ใช้เส้นทางแพะเมืองผี บ้านน้ำชำ ห้วยม้า ม่อนแม่ถาง แล้วค่อยยิงยาวกว่า 60 กิโลเมตร ไปปักหลักกางเต็นท์นอนกันที่แก่งเสือเต้น อุทยานแห่งชาติแม่ยม กว่าจะไปถึงก็เย็นย่ำใกล้มืดพอดี

* เช้า : มี เบด แอนด์ เบรกฟาสต์
* บีลีฟ คาเฟ่
* แพะเมืองผี
* ไก่ย่างน้ำชำ
* ดอยม่อนแก้ว-ม่อนเด็ง
* ม่อนแม่ถาง
* กางเต็นท์ : แก่งเสือเต้น อช.แม่ยม

มี เบด แอนด์ เบรกฟาสต์

ตื่นสบายๆ ลงมาทานอาหารเช้า เป็นแบบจานเดียวเลือกได้ว่าจะเป็นอเมริกันเบรกฟาสต์ ไข่กระทะ หรือพวกข้าวต้ม และถ่ายรูปเล่นนิดหน่อย พื้นที่ในโรงแรมตกแต่งง่ายๆ น่ารักดี โดยรวมเป็นที่พักที่โอเคมากในตัวเมืองแพร่เลยครับ

โทร. 0918514476
เฟซบุ๊ก :
Mee bed and breakfast
www.facebook.com/meebedandbreakfast

บีลีฟ คาเฟ่

ก่อนจะออกจากตัวเมืองวันนี้ขอแวะสักนิด ร้านประจำของผมอีกร้านเมื่อมาเที่ยวแพร่ จริงๆ คือชอบกินข้าวเหนียวมะม่วงกองหนุน ร้านดังที่แพร่ แล้วบีลีฟ คาเฟ่ ก็คือร้านเดียวกันที่ขยับขยายเพิ่มเติมขึ้นมา

จุดเด่นนอกจากข้าวเหนียวมะม่วงแล้ว ผมว่าที่นี่มีดีตรงน้ำผลไม้ปั่นกับเครื่องดื่มเย็นอื่นๆ มิกซ์แอนด์แมตช์หลากหลายสูตร เมนูให้เลือกละลานตา ชอบสุดก็น้ำมังคุดปั่น มาที่นี่ทีไรไม่เคยกินกาแฟเลย คือกาแฟไปกินที่อื่นได้ แต่น้ำผลไม้ต้องที่นี่

เปิด 9.00-20.00 น. ปิดวันจันทร์ โทร. 0918577421
เฟซบุ๊ก :
Be Leaf Café
www.facebook.com/beleafcafes

แพะเมืองผี

ไม่มีทั้งแพะ ไม่มีทั้งผี ไม่มีอะไรน่ากลัว มีแต่แดดร้อนๆ (ฮา…) จริงๆ คือแพะหมายถึงป่าละเมาะ เมืองผีคือมันเป็นป่าอ่ะนะก็ต้องเงียบวังเวงสิ แต่สมัยนี้ไม่มีอะไรน่ากลัวแล้ว แพะเมืองผีเป็นพื้นที่เสาดินเสาหินที่สวยงามทีเดียวเชียว เดินเที่ยวได้สบายใจ จัดตั้งเป็นวนอุทยานปรับพื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างดี

ผมเคยมาที่นี่ครั้งหนึ่งหน้าฝนฟ้าขาวโพลน นึกตอนนั้นอยากมาเที่ยวช่วงฟ้าใสๆ บ้างน่าจะสวย พอได้มาเจอฟ้าใสแดดร้อนเต็มๆ กลับคิดว่าความจริงหน้าฝนมันเดินเที่ยวสบายกว่าตอนนี้เยอะเลย!

เอาน่า… ถึงยังไง สิ่งอลังการที่ธรรมชาติใช้เวลาเป็นแสนเป็นล้านปีในการสร้างก็สวยคุ้มค่ามาชมเสมอ

เป็นวนอุทยานเข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ไก่ย่างน้ำชำ (สาขา 1)

“ร้านนี้อร่อยจริง ไก่หนังกรอบเนื้อนุ่ม ร้านริมทางข้างถนน” เจ้าของมีเบดบอกผมก่อนอออกจากโรงแรมตอนเช้า แน่นอนว่าเมื่อได้รับการการันตีแบบนี้มีหรือจะพลาด เพราะบ้านนำชำอยู่ห่างจากแพะเมืองผีแค่สองกิโล

บอกเลยว่าคำยกย่องที่ได้ฟังมาไม่เกินจริงสักนิด ร้านเพิงริมถนนแบบนี้แต่รสชาติคือเลิศหล้าสุดขอบฟ้า ไก่ย่างเนื้อนุ่มแน่น ย่างแบบหนังบางกรอบ น้ำจิ้มมีสองรสติดหวานนิดๆ กับเผ็ดเปรี้ยว ส้มตำก็สะอาดอร่อยมาก

เมนูร้านไม่เยอะครับ ไก่ย่างตัวละ 150-160 ตามขนาด สั่งครึ่งตัวได้ เครื่องในไก่ย่าง ที่เหลือเป็นพวกส้มตำ ตำแตง ตำอื่นๆ ง่ายๆ แบบนี้บอกเลยว่าติดใจมากครับ ไม่แวะมาเสียดายแย่

เปิดทุกวันตั้งแต่ 8.00 จนขายไก่ย่างหมดประมาณบ่าย

ดอยม่อนแก้ว-ม่อนเด็ง

ระหว่างขี่รถไปม่อนแม่ถางถึงห้วยม้า เห็นป้ายชี้บอกทางไปวนอุทยานดอยม่อนแก้ว-ม่อนเด็ง เลยเลี้ยวรถเข้าไปอย่าให้เสีย ถึงที่หมายแล้วจึงมารู้ว่าที่นี่ได้รับฉายาแพะเมืองผี 2 เพราะมีเสาหินเสาดินลักษณะเหมือนกับแพะเมืองผีให้ชม แต่พื้นที่ขนาดเล็กกว่าพอสมควร

ดอยม่อนแก้ว-ม่อนเด็ง จัดตั้งเป็นวนอุทยาน ถนนจากปากทางถึงที่ทำการฯ เป็นคอนกรีต แต่หลังจากนั้นต้องลุยลูกรังฝุ่นคลุ้งเข้าไปอีกประมาณหนึ่งกิโลจึงถึงทางเดินเข้าไปชมเสาหินที่ดอยม่อนแก้ว ทางค่อนข้างลำบากสำหรับรถเก๋งธรรมดา แล้วก็ไม่มีที่จอดรถเป็นหลักเป็นแหล่งด้วย

ยินดีที่ได้มาเยือน ที่นี่เหมาะสำหรับสายวิบากมากกว่าสายชิลครับ

เป็นวนอุทยานเข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ม่อนแม่ถาง

ถูกที่ผิดเวลา… เอาตรงๆ ผมว่าถ้ามาช่วงปลายฝนต้นหนาว หรือตอนปลายปีที่ปลูกปอเทืองกันเหลืองสะพรั่งเต็มทุ่ง ตอนนั้นต้องสวยมากแน่นอน แต่กว่าผมจะมาถึงกลางเดือนมกราคม มันก็อย่างที่รู้ๆ กัน

วิวบนม่อนแม่ถางดูได้รอบ 360 องศาจริงๆ ทั้งพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก ขึ้นจากปากทางมาแปดกิโลเมตร ถนนคอนกรีตตลอดทาง ขึ้นทีละน้อยไม่มีช่วงชันมาก ด้านบนตั้งแคมป์ได้อิสระ มีห้องน้ำเล็กๆ หนึ่งห้อง แต่เหมาะกับเทศกาลหรือวันหยุดหน้าหนาวล่ะนะ ธรรมดาๆ แบบนี้ไม่น่าขึ้นมากางเต็นท์นอนเท่าไหร่ครับ

ไว้จะมาใหม่ช่วงหน้าฝน ถึงตอนนั้นภาพความสวยของม่อนแม่ถางคงกลับมาเต็มแล้วล่ะ

กางเต็นท์ : แก่งเสือเต้น อช.แม่ยม

แก่งเสือเต้นที่ใครๆ เคยได้ยินข่าวที่มีทั้งการเรียกร้องและคัดค้านสร้างเขื่อนนั่นแหละ เป็นพื้นที่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่ยม อำเภอสอง กว่าจะขับรถจากอำเภอเมืองมาถึงนี่ก็หกสิบกิโล มาถึงก่อนมืดพอดี

พื้นที่พักผ่อนท่องเที่ยว อุทยานฯ จัดทำไว้ดีมาก ลานกางเต็นท์เล็กๆ แต่สบายเป็นที่สุด ห้องน้ำอย่างดี ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ แต่มีไวไฟจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวให้ใช้ ไฟฟ้าชาร์ตแบตเสียบได้ที่ร้านสวัสดิการ (ช่วงฤดูท่องเที่ยวร้านจะเปิดตอนสายๆ ปิดสักบ่ายสาม ขายอาหารจานเดียว ส่วนฤดูฝนร้านไม่เปิดให้บริการ)

เรานอนค้างแรมที่นี่ครับ เรื่องความปลอดภัยไม่ต้องห่วง เพราะเข้ามาในอุทยานฯ ค่อนข้างลึก มีเจ้าหน้าที่ทั้งด่านตรวจข้างนอก และที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว

ค่าเข้า ผู้ใหญ่ 40 เด็ก 20 ค่าธรรมเนียมรถยนต์ 30 มอเตอร์ไซค์ 20 ค่าธรรมเนียมค้างแรม 30 บาท ต่อคนต่อคืน ติดต่อ อช.แม่ยม โทร. 054556537


วันที่ 3

วันแห่งการสัมผัสธรรมชาติ สูดอากาศยามเช้าที่แก่งเสือเต้น เอ้อระเหยจนกระทั่งบ่าย แล้วค่อยไปเที่ยวอีกจุดธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติแม่ยมที่หล่มด้ง ก่อนจะข้ามจากอำเภอสอง วิ่งยาวลงใต้มาถึงอำเภอลอง คืนนี้มานอนกันที่อุทยานแห่งชาติดอยผากลอง

* เช้า : แก่งเสือเต้น อช.แม่ยม
* หล่มด้ง-ผาอิงหมอก
* กางเต็นท์ : อช.ดอยผากลอง

เช้า : แก่งเสือเต้น อช.แม่ยม

ตอนเช้าตื่นมาอากาศที่แก่งเสือเต้น ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่ยม สดชื่นอย่าบอกใคร เดินเล่นถ่ายรูปชมวิว พักผ่อนใกล้ชิดธรรมชาติแบบเพลินๆ หรือหากใครอยากพักบ้าน อุทยานฯ ก็มีให้บริการครับ

แก่งเสือเต้นเป็นแก่งหินของแม่น้ำยมครับ มกราคมน้ำลดลงเยอะแล้ว แก่งหินหาดหินสวยๆ ก็เลยเผยโฉมมาให้เห็น พร้อมกับน้ำซูซ่าสดใสสดชื่นมากมาย ที่สำคัญยังเงียบสงบมากๆ ขนาดว่าวันที่เราไปเป็นวันเสาร์ ตอนออกมาบ่ายโมงยังเพิ่งมีนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นๆ มาที่นี่รวมกันไม่ถึงสิบคน

ถ้าไม่ใช่เทศกาล หรือวันหยุดหน้าร้อนที่คนมาเล่นน้ำกันเยอะ แก่งเสือเต้นเหมากับคนชอบความสงบชิลๆ มากมายครับ

ค่าเข้า ผู้ใหญ่ 40 เด็ก 20 ค่าธรรมเนียมรถยนต์ 30 มอเตอร์ไซค์ 20 ค่าธรรมเนียมค้างแรม 30 บาท ต่อคนต่อคืน ติดต่อ อช.แม่ยม โทร. 054556537

หล่มด้ง-ผาอิงหมอก

ห่างจากแก่งเสือเต้นประมาณ 15 กิโลเมตร จุดท่องเที่ยวน่าไปอีกแห่งของอุทยานแห่งชาติแม่ยม

หลมด้งเป็นชื่อของแอ่งน้ำธรรมชาติบนภูเขา น่าจะเกิดจากการยุบตัวของพื้นดินจนเกิดเป็นหลุมใหญ่ แต่ตัวหล่มด้งไม่ใช่จุดน่าสนนักหรอก ที่โดนใจมากคือป่ารอบๆ ต่างหาก มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะสั้นเดินเท้าไปชมดงต้นตะแบกใหญ่สูงลิบ รวมถึงต้นสมพงยักษ์ที่เห็นแล้วร้องโอ้โหจริงๆ

ที่หล่มด้งมีลานกางเต็นท์ด้วยนะ มีห้องน้ำอุทยาน และบ้านพักเจ้าหน้าที่เฝ้าจุดสกัด ค้างแรมที่นี่ปลอดภัยสบายใจแน่นอน

ก่อนถึงหล่มด้งเล็กน้อยจะมีจุดชมวิวผาอิงหมอก เดินขึ้นไปนิดเดียวยังไม่ทันเหนื่อย ผมไปกลางวันกลางเดือนมกราคมก็แล้งๆ ร้อนๆ หน่อย ถ้าปลายฝนต้นหนาวพอจินตนาการออกเลยว่าจะอลังการขนาดไหน เป็นอีกที่ที่ไว้กลับมาใหม่แล้วกัน

กางเต็นท์ : อช.ดอยผากลอง

คืนนี้ตั้งใจไปนอนที่ภูเขาหินปะการัง อุทยานแห่งชาติดอยผากลอง ขี่จากอำเภอสองยาวๆ ลงมาเข้าอำเภอลอง ถึงที่หมายก่อนค่ำเจอเรื่องเซอร์ไพรส์ มีค่ายลูกเสือเทคนิคแพร่กว่า 500 คน เจ้าหน้าที่บอกว่านอนได้นะถ้าทนเสียงกิจกรรมรอบกองไฟตอนกลางคืนไหว (ฮา…)

สรุปแล้วเลยต้องมาขอกางเต็นท์นอนแถวๆ ที่ทำการอุทยานฯ เลยจากภูเขาหินปะการังมาหน่อยครับ


วันที่ 4

ใช้เวลาทั้งวันในเขตอำเภอลอง ตื่นเช้าเก็บของเสร็จสรรพก็เที่ยวภูเขาหินปะการัง สถานที่เที่ยวธรรมชาติที่ผมแนะนำให้มาเที่ยวมากๆ ของแพร่ จากนั้นลงไปตัวอำเภอหาของกินอร่อยๆ แวะวัดศรีดอนคำ วัดประจำอำเภอสักนิด แล้วค่อยต่อไปกางเต็นท์นอนที่ถ้ำเอราวัณ-แก่งหลวง หน่วยพิทักษ์ของอุทยานแห่งชาติดอยผากลอง

* ภูเขาหินปะการัง
* สวนหินมหาราช
* ขนมเส้นน้ำย้อยศรี-ไล
* วัดศรีดอนคำ
* ถ้ำเอราวัณ-แก่งหลวง

ภูเขาหินปะการัง

ที่ที่ผมอยากมาปักหมุดที่สุดในทริปนี้ หลังจากตื่นเช้าเก็บเต็นท์จากที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยผากลองเสร็จแล้วก็ตรงมาจุดนี้เลย อยู่ห่างกันประมาณสองกิโลเองครับ

ลักษณะของภูเขาหินปะการังคือพื้นที่บริเวณยอดเขาหินปูนแหลมๆ มีต้นไม้ขึ้นแซมทำให้ดูคล้ายปะการัง ผมว่าสวยดีนะ

ทางเดินขึ้นภูเขาหินปะการังจากด้านล่างประมาณ 800 เมตร เป็นทางราบสัก 400 เมตร ขึ้นเขาอีก 400 เมตร ถือว่าไม่ยากมาก ทางเดินจัดทำดีเชียว ชัดเจนมาก มีป้ายบอกเป็นระยะ วิวบนภูเขาหินปะการังสวยสมใจ แท่งหินปูนแหลมๆ ดูแปลกตา

เลยจากทางขึ้นยอดเขาหินปะการังไปอีกเป็นดงตะแบก ระหว่างทางผ่านถ้ำสวยดี เดินจนสุดทางที่ดงตะแบกมีต้นตะแบกสูงใหญ่หลายต้น (แต่น้อยกว่าที่หล่มด้ง) ถ่ายรูปเสร็จสรรพแล้วก็กลับตามทางเดิม

ค่าเข้า ผู้ใหญ่ 20 เด็ก 10 ค่าธรรมเนียมรถยนต์ 30 มอเตอร์ไซค์ 20 ค่าธรรมเนียมค้างแรม 30 บาท ต่อคนต่อคืน ติดต่อ อช.ดอยผากลอง โทร. 0979230491

สวนหินมหาราช

อยู่ริม ทล.1023 ถนนแพร่-ลอง ติดกับที่ทำการฯ ตรงนี้แหละเป็นจุดกำเนิดของการตั้งอุทยานแห่งชาติดอยผากลอง ลักษณะเป็นลานกว้างที่มีหินหลายรูปร่างหลายขนาดโผล่ขึ้นมาจากพื้นกระจัดกระจายเต็มไปหมด อุทยานฯ ทำทางเดินศึกษาธรรมชาติและชมสวนหินไว้ดีทีเดียวครับ ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจริมถนน

ที่นี่เป็นจุดในอุทยานฯ ก็จริง แต่เราสามารถแวะเข้ามาโดยไม่เสียค่าบริการใดๆ

ขนมเส้นน้ำย้อยศรี-ไล

ถ้ามาถึงลองแล้วไม่ได้กินขนมเส้นน้ำย้อยต้องเขกกะโหลกตัวเองสักโป๊ก ของดีแบบห้ามพลาดเลยครับ เพราะต้นฉบับออริจินัลอยู่ที่อำเภอลองนี่ไง

คำว่าขนมเส้นน้ำย้อยคือขนมจีนเส้นสด เวลาบีบเส้นเสร็จแล้วยกขึ้นมาจากหม้อน้ำมันจะไหลมาตามเส้นเลยเรียกว่าน้ำย้อย แล้วทีเด็ดของขนมเส้นน้ำย้อยคือกินกับน้ำพริกสูตรเฉพาะ คั่วใส่หอมแดงเจียว กระเทียมเจียว พริก กากหมู รสเลิศมากๆ และเพราะเอามากินกับน้ำเส้นน้ำย้อยเลยเรียกว่าน้ำพริกน้ำย้อย

ที่ลองมีร้านดังเพียบครับเพราะเป็นต้นตำรับ ผมเลือกทานที่ร้านขนมเส้นน้ำย้อยศรี-ไล สั่งเลยขนมเส้นครึ่งกิโล น้ำยาน้ำใส น้ำยาน้ำเงี้ยว ผักลวกสองกำ แคบหมู แคบไก่ (หนังไก่ทอด) ส้มตำ นั่งทานที่ร้านน้ำพริกน้ำย้อยตักได้ฟรี หมดโต๊ะนี่ 90 บาท แต่เสียตังค์ซื้อน้ำพริกน้ำย้อยแพ็คกระปุกกลับบ้าน 400 บาท (ฮา…)

เปิด 8.00-16.00 น. ปิดวันพฤหัส โทร. 0849504620

วัดศรีดอนคำ

วัดดังต้นตำนานเมืองแพร่แห่ระเบิด ตั้งอยู่ย่านพลุกพล่านที่สุดของอำเภอลอง มาถึงนี่ต้องสักการะพระเจ้าพร้าโต้ หรือพระเจ้าทันใจ ตามประวัติเล่าว่าสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2236 ด้วยการแกะสลักจากมีดพร้าใช้เวลาเพียงวันเดียวตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก มีองค์ใหญ่หนึ่งองค์ องค์เล็กสี่องค์

ปัจจุบันพระเจ้าพร้าโต้ประดิษฐานอยู่ภายในพิพิธภัณฑ์ มีทั้งหมดสามองค์ องค์ใหญ่หนึ่งกับองค์เล็กอีกสอง ส่วนองค์เล็กอีกองค์ทูลเกล้าถวายสมเด็จย่า ประดิษฐาน ณ ไร่แม่ฟ้าหลวง เชียงราย และอีกองค์ถูกขโมยหายไป

ไหว้พระเสร็จแล้วอย่าลืมมาตีระฆังแห่ระเบิดกันด้วยล่ะ นี่แหละที่มาของแพร่แห่ระเบิดแท้ๆ

ถ้ำเอราวัณ – แก่งหลวง

ที่นอนคืนที่สี่ของทริปนี้ หน่วยพิทักษ์ฯ ถ้ำเอราวัณ-แก่งหลวง อุทยานแห่งชาติดอยผากลอง ยังอยู่ในเขตอำเภอลองแต่ต้องอ้อมมาอีกฝาก ระยะทางจากตัวอำเภอหรือที่ทำการอุทยานฯ ยี่สิบกว่ากิโล ถนนหลุมบ่อเยอะกว่าตลอดทริปที่ผ่านมา

มาถึงต้องว้าวอีกแล้ว ลานกางเต็นท์กว้างมาก ร่มรื่น ที่สำคัญอยู่ริมแม่น้ำยม วิวแม่น้ำเข้าโค้งมีภูเขาหินอยู่ข้างๆ สวยมากมาย ห้องน้ำใหม่สะอาด สัญญาณโทรศัพท์เต็มเปี่ยมเพราะตรงข้ามคือบ้านแก่งหลวง เรื่องความปลอดภัยสบายใจได้เลยเพราะเจ้าหน้าที่ก็พักอยู่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว

ฟินระดับสิบเลยครับกับลานกางเต็นท์ที่นี่

ค่าเข้า ผู้ใหญ่ 20 เด็ก 10 ค่าธรรมเนียมรถยนต์ 30 มอเตอร์ไซค์ 20 ค่าธรรมเนียมค้างแรม 30 บาท ต่อคนต่อคืน ติดต่อ อช.ดอยผากลอง โทร. 0979230491


วันที่ 5

วันสุดท้ายของทริป หลังจากเที่ยวถ้ำเอราวัณจนถึงใกล้เที่ยง ก็ขี่รถกลับเข้าตัวเมืองเส้นทาง เด่นชัย-สูงเม่น-แพร่ แวะหาของกินอร่อยๆ ปิดท้ายในตัวเมือง ก่อนเข้า บขส.แพร่ นัดร้านรถเช่ามารับรถกลับตอนบ่ายๆ เป็นอันจบทริปขึ้นรถทัวร์กลับบ้านแบบสัมผัสแพร่เต็มอิ่ม

* ถ้ำเอราวัณ
* ผาหลักหมื่น
* ข้าวซอยเจ้เล็ก ประตูชัย
* ชูการ์ ไบต์ส คาเฟ่
* คืนรถรถเช่าแพร่ บี ไบค์ จบทริป

ถ้ำเอราวัณ

ยามเช้ามาถึงที่หน่วยพิทักษ์ฯ ถ้ำเอราวัณ-แก่งหลวง อุทยานแห่งชาติดอยผากลอง บรรยากาศมีร้อยให้ร้อย ไอหมอกลอยขึ้นมาจากแม่น้ำยม ชาวบ้านพายเรือมาดักข่ายหาปลา เป็นเช้าที่ความฟินสิบบวก

สายๆ ได้เวลาเที่ยวถ้ำเอราวัณ ที่นี่เป็นถ้ำขนาดใหญ่แต่ไม่ยาว เข้าออกทางเดียว สามารถเที่ยวได้เองครับ หากไม่มีไฟฉายขอยืมเจ้าหน้าที่ได้ ข้างในเป็นโถงโล่งกว้าง มีเสาหินแท่งใหญ่เต็มไปหมด หินงอกหินย้อยสวยงามใช้ได้ หากเดินสุดถ้ำอีกฝั่งจะมีทางโผล่ออกไป แต่อยู่ได้แค่นั้นไปไหนต่อไม่ได้แล้วเพราะโดนป่าเขาล้อมรอบ (ฮา…)

สรุปว่าว้าวครับ แนะนำให้มามากๆ ทั้งมาเที่ยวถ้ำและกางเต็นท์สัมผัสความสงบแบบสุดยอด

ค่าเข้า ผู้ใหญ่ 20 เด็ก 10 ค่าธรรมเนียมรถยนต์ 30 มอเตอร์ไซค์ 20 ค่าธรรมเนียมค้างแรม 30 บาท ต่อคนต่อคืน ติดต่อ อช.ดอยผากลอง โทร. 0979230491

ผาหลักหมื่น

ขาออกจากถ้ำเอราวัณกลับตัวเมืองแพร่ ผ่านวนอุทยานถ้ำหลักหมื่น จะรออะไรล่ะเลี้ยวรถเข้าไปสิ แต่ด้านในยังไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยเท่าไหร่ เข้าใจว่าเพราะไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว

ผาหลักหมื่นคือเขาหินปูนแท่งสูงใหญ่มองเห็นชัดเจนจากริมถนน อ่านป้ายในวนอุทยานเห็นว่ามีถ้ำและจุดชมวิวด้วย เราก็สำรวจเล็กๆ น้อยๆ เท่าที่ทำได้ก่อนไปต่อ คงต้องปรับปรุงพื้นที่อีกเยอะหากจะทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติจริงจัง

ข้าวซอยเจ้เล็ก ประตูชัย

จำเจ้าของ มี เบด แอนด์ เบรกฟาสต์ ได้ไหมครับ คนที่บอกให้ผมไปกินไก่ย่างน้ำชำนั่นแหละ ตอนนั้นพี่เขายังบอกอีกว่าถ้าจะกินข้าวซอยชื่อดังร้านเจ้เล็ก ให้ไปกินที่ประตูชัยซึ่งเป็นร้านสาขาของลูกสาว เพราะมีดีกว่าสาขาต้นตำรับของผู้เป็นแม่

นั่งในร้านปุ๊บ สั่งเลย ข้าวซอยเนื้อหนึ่ง ข้าวซอยไก่หนึ่ง คือแบบว่าเด็ดมาก…กกกกกก น้ำขลุกขลิก เข้มข้น จัดจ้าน เนื้ออย่างดี ไก่น่องเบ้อเร่อ (ถ้าสาขาแม่จะใช้น่องเล็ก) ถือว่าถูกใจกับข้าวซอยร้านดัง ราคาธรรมดา 40 พิเศษ 50

เปิดทุกวัน 8.00-16.00 น. โทร. 0897006870

ชูการ์ ไบต์ส คาเฟ่

ก่อนถึงเวลาปิ๊กบ้าน คนข้างกายเธอรีเควสต์อยากนั่งกาแฟชิลๆ พักผ่อนสักร้าน เลยมาลงเอยที่นี่ Sugar Bites Cafe & Homemade Bakery ร้านน่ารักๆ ไม่ไกลจาก บขส. เท่าไหร่

ภายในร้านมีหลายโซนให้เลือกนั่ง ทั้งด้านในด้านนอก ตกแต่งน่ารัก เครื่องดื่มค่อนข้างหลากหลายทั้งกาแฟ ชา อิตาเลียนโซดา เค้กของหวานโฮมเมดก็เยอะดีครับ ราคาไม่ถือว่าแรง ปกติของคาเฟ่เก๋ๆ ทั่วไป

เปิดทุกวัน 9.00-17.00 น. โทร. 0909949487,0832168898
เฟซบุ๊ก : Sugar Bites Café & Homemade Bakery
www.facebook.com/sugarbitesphra

จากนั้นก็ตรงไป บขส.แพร่ นัดร้านรถเช่าแพร่ บี ไบค์ ให้มารับรถตามเวลาเรียบร้อย ทุกอย่างดำเนินการรวดเร็ว ไม่มีปัญหาอะไร ทางร้านโอนเงินค่ามัดจำคืนให้ทันทีว่องไว เสร็จสรรพอีกสักพักรถทัวร์ที่จะพาเรากลับบ้านก็เข้าเทียบชานชาลา ปิดทริปแพร่ห้าวันกลางเดือนมกราคม

ช่วงหลายปีหลัง ผมมาเที่ยวแพร่บ่อยทีเดียว เป็นเมืองที่ไม่วุ่นวายมาก ผู้คนน่ารัก สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติอาจไม่ถึงกับโดดเด่นจนทำให้ใครแห่กันมา แต่ทุกที่ก็สวยและมีเสน่ห่ในตัวเอง ที่สำคัญส่วนใหญ่ยังเงียบสงบอีกด้วย

หลังได้เห็นสถานที่เที่ยวใหม่ๆ หลายแห่งจากทริปนี้ คิดว่าในปีนี้แหละผมอาจจะได้กลับมาเยือนแพร่อีกครั้ง คราวหน้าขอตอนหน้าฝนแล้วกัน จะได้รู้กันไปเลยว่าแพร่สีเขียวก็สดชื่นไม่แพ้ที่ไหนในภาคเหนือเหมือนกันนะ


ติดตามเรื่องราวการท่องเที่ยวเดินทางของผมได้อีกช่องทาง
http://www.facebook.com/alifeatraveller