เช่ามอเตอร์ไซค์ไปแม่กำปอง ฉบับกางเต็นท์

ทริปเดินทาง : 23-25 ธันวาคม 2562

“ไปแม่กำปองแล้วกัน” ผมบอกเธอถึงการตัดสินใจ หลังจากเราสองคนมีเวลาว่างตรงกันในช่วงฤดูหนาว ปลายเดือนธันวาคม พร้อมตั๋วรถทัวร์ไป-กลับ โคราช-เชียงใหม่ สองใบ แต่ดันยังไม่รู้ว่าจะเที่ยวที่ไหนดีของเชียงใหม่ เพราะดอกนางพญาเสือโคร่งยังไม่บาน และทะเลหมอกไม่ใช่เป้าหมาย

ผมเคยไปแม่กำปองมาแล้วครั้งหนึ่ง ติดใจบรรยากาศของหมู่บ้านในหุบเขาแห่งนี้ จนอยากพาเธอกลับไปเที่ยวบ้าง และไม่ใช่เที่ยวเที่ยวแม่กำปองแบบธรรมดา แต่เราจะไปกางเต็นท์นอนกันที่กิ่วฝิ่น อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จุดกางเต็นท์ที่ดีที่สุดของแม่กำปองกันด้วย


สำหรับผมวิธีง่ายที่สุดในการเที่ยวแม่กำปองคือมอเตอร์ไซค์เช่า ลงรถที่ บขส.เชียงใหม่ อาเขต แล้วเดินไปเช่าได้เลย ร้านประจำคือ Bikky เช่ามาหลายสิบครั้งตั้งแต่ยังเป็นร้านเดียวจนเดี๋ยวนี้คู่แข่งเพียบ ที่ชอบเช่าเพราะรับรถคืนรถไม่เคยมีปัญหา ใช้เวลาแป๊บเดียวเรียบร้อย เลยยังไม่เคยลองร้านอื่น

ช่วงนี้หน้าหนาวคนเที่ยวเยอะ รถฮอนด้าเวฟ เกียร์ธรรมดาหมดร้าน เลยต้องใช้รถเกียร์ออโต้แทน แต่ไม่เป็นไรครับ รถแบบไหนถ้าเราชำนาญพอก็ไปแม่กำปองได้ทั้งนั้น คันนี้บรรทุกคนสองคน สัมภาระสามใบ เป้ใหญ่หนึ่ง เป้เล็กหนึ่ง กับกระเป๋ากันน้ำ Feel Free Cruiser 25L ใบใหม่เอี่ยมที่ทาง Feel Free เพิ่งส่งมาให้สดๆ ร้อนๆ ใช้เป็นทริปเปิดซิงกันเลย

ได้รถแล้วก็ลุยโลด แม่กำปองเป็นหมู่บ้านเล็กๆ อยู่ที่อำเภอแม่ออน ทางเชื่อมต่อไปอำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่แค่ 50 กิโลเมตร ระหว่างทางจะผ่านที่เที่ยวอย่าง ถ้ำเมืองออน บ่อน้ำพุร้อนสันกำแพง ใครอยากแวะเที่ยวไม่ว่าขาไปหรือขากลับก็ทำได้ไม่ยากครับ

เส้นทางรถวิ่งสบายสุดๆ จะมาเริ่มขึ้นเขาหลังจากพ้นน้ำพุร้อนสันกำแพงมาแล้ว

ถึงโครงการหลวงตีนตก เป็นด่านแรกของการเที่ยวแม่กำปอง สามารถแวะมาเที่ยวชมถ่ายรูปสวยๆ หรือพักผ่อนจิบกาแฟ กินอาหาร ก็ได้ครับ บรรยากาศดีมาก มีแม่น้ำแม่ลายไหลผ่าน

เราถึงบ้านแม่กำปองบ่ายแก่ๆ (เพราะมัวแต่แวะเที่ยวที่โครงการหลวงตีนตกนานแสนนาน ฮา…) ก็ถ่ายภาพเก็บบรรยากาศกันนิดหน่อยพอหอมปากหอมคอ ไม่รีบร้อนเพราะมีเวลาอยู่ที่นี่ตั้งสองคืน

ต้องบอกว่าถนนที่แม่กำปองเป็นถนนเล็กๆ แคบๆ ในหมู่บ้านมีทางชันมากสั้นๆ สองช่วง คือก่อนถึงวัดคันธาพฤกษา กับอีกช่วงตอนขึ้นร้านชมนกชมไม้ รถยนต์ทุกชนิดไปได้ รถมอเตอร์ไซค์ทุกชนิดไปได้ แต่… แต่… คนขับขี่ต้องมีประสบการณ์นิดหน่อย ผมเห็นไม่น้อยครับที่รถดีๆ แต่ดันค้างเติ่งอยู่กลางเนินเพราะคนขับไม่ชำนาญพอ

จุดน่ากลัวกว่าคือทางขึ้นกิ่วฝิ่นซึ่งเราจะไปกางเต็นท์ ทางแคบคดเคี้ยวชันยาวหลายช่วง เหมือนเดิมคือรถยนต์ทุกชนิดไปได้ มอเตอร์ไซค์ทุกชนิดก็ไปได้ แต่คนขับขี่ต้องใช้ฝีมือมากขึ้นอีกขั้น หากไม่แน่ใจจ้างรถในหมู่บ้านพาขึ้นไปดีที่สุดเพื่อความปลอดภัย เพราะเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวบ่อยมาก

มอเตอร์ไซค์เกียร์หากซ้อนสอง มีสัมภาระเพิ่มน้ำหนัก คนซ้อนอาจต้องเดินลงกันสักนิด และก่อนขึ้นไปควรเช็คเครื่องเช็คเบรกดีๆ ถ้ากลัวและไม่มั่นใจจ้างรถในหมู่บ้านพาขึ้นดีกว่า อย่าเสี่ยงเลย

ถึงที่พักของเราสักที หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จซ.7 (ดอยล้าน) เป็นหน่วยฯ ขนาดเล็ก ไม่เก็บค่าธรรมเนียมมาเที่ยว มีพื้นที่ให้กางเต็นท์พักแรม พร้อมอุปกรณ์ต่างๆ ให้เช่า และห้องน้ำสะอาดสะอ้าน

ก่อนจะทำอย่างอื่น เราขึ้นไปชมวิวที่กิ่วฝิ่นกันก่อน ทางขึ้นอยู่ตรงข้ามลานกางเต็นท์ เดินนิดเดียว 200 เมตร ก็จะได้เห็นวิวสวยๆ แนวสันเขาที่แบ่งเขตเชียงใหม่-ลำปาง ฝั่งตะวันตกคือเชียงใหม่ ฝั่งตะวันออกคือลำปาง

จากนั้นค่อยลงมากางเต็นท์ เลือกทำเลตามใจชอบ กระเป๋า Feel Free Cruiser 25L มีบทบาทสำคัญตอนนี้แหละเพราะผมเอาเต็นท์ทั้งหลังพร้อมอุปกรณ์ใส่มาเลย ไซส์ 25 ลิตร เป็นขนาดเล็กสุดของรุ่นครับแต่ใส่ของได้เยอะมาก แล็ปท็อป กระเป๋ากล้อง เสื้อผ้า ใส่ได้ทุกอย่างครับ เนื้อกระเป๋าเป็น PVC Tarpaulin กันน้ำอย่างดี แถมยังมีสายสะพายหลังได้ หรือหิ้วด้านบน หิ้วด้านข้างก็ได้ด้วย หากเป็นทริปสั้นๆ วันเดย์ทริป ใช้เป็นกระเป๋าหลักใบเดียวเอาอยู่เลยล่ะ

ใครสนใจก็ลองเข้าไปดูสินค้าต่างๆ ของทาง Feel Free ที่ www.feelfree.co.th หรือเฟซบุ๊ก Feelfree Gear Thailand และ www.facebook.com/feelfreebags ได้ครับ มีหลายรุ่นหลายดีไซน์ให้เลือกใช้งานเพียบ

ลานกางเต็นท์ที่นี่ต้นนางพญาเสือโคร่งเยอะอยู่เหมือนกัน น่าเสียดายว่ายังไม่ถึงเวลาบานของพวกมัน

ปกติที่นี่ไม่มีอาหารหรือร้านสวัสดิการนะครับ โชคดีที่ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต่อปีใหม่จะมีชาวบ้านบ้านเหมี้ยง ฝั่งลำปาง มาตั้งซุ้มขายอาหารสองสามร้าน แต่ก็มีเฉพาะช่วงไม่กี่วันเท่านั้น ถึงตอนนี้ไม่มีแล้วนะครับ ใครจะพักแรมก็ซื้อของกินเตรียมขึ้นมาด้วยให้เรียบร้อย

คืนนี้มีกางเต็นท์กันสามหลัง อากาศเย็นสบาย หนาวแบบกำลังดี ดาวระยับ เป็นค่ำคืนที่เงียบสงบสบายใจสุดๆ


นอนที่นอนที่หน่วยฯ ดอยล้าน พอตอนเช้าก็ต้องตื่นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่กิ่วฝิ่น นักท่องเที่ยวขึ้นมาจากบ้านแม่กำปองกันเยอะแยะทุกวัน แต่พวกเราสุดสบายเพราะมุดออกจากเต็นท์ เดินมายังไม่ทันจะเหนื่อยก็ถึงแล้ว

แสงเช้าฤดูหนาวสวยงามจริงครับ

เราสองคนใช้เวลาตลอดทั้งวันเที่ยวชมบรรยากาศภายในหมู่บ้านแม่กำปอง หมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ในอ้อมโอบของภูเขา ล้อมรอบด้วยสายน้ำ เป็นหมู่บ้านที่สดชื่นรื่นรมย์ระดับสิบ เรียกว่าเดินถ่ายรูปเล่นกันสนุกสุดๆ

แล้วก็อย่าพลาดของอร่อยในหมู่บ้าน อาหารเหนือฉบับแม่กำปอง เดี๋ยวนี้มีให้เลือกหลายร้าน ไส้อั่ว ลาบคั่ว หมูทอด น้ำเงี้ยว ข้าวซอย กับอีกสารพัดอย่าง เรื่องรสชาติผมว่าอร่อยทุกร้านนะ

อีกไฮไลท์ที่สายถ่ายภาพไม่ควรพลาดคือสะพานแขวนร้าน Teddu Café ปากทางเข้าหมู่บ้าน เป็นคาเฟ่กลางธรรมชาติริมน้ำตกที่อยู่ในร่องเขา

ระเบียบของที่นี่คือหากต้องการเที่ยวชมบนสะพานแขวน ลูกค้าต้องสั่งเครื่องดื่มคนละหนึ่งแก้ว ไปกันห้าคนต้องสั่งห้าแก้ว เฉพาะคนสั่งเครื่องดื่มถึงมีสิทธิ์ขึ้นสะพาน ที่ร้านต้องออกกฎแบบนี้คงเดาได้ไม่ยากว่าเพราะอะไร ราคาเครื่องดื่มที่นี่ไม่ได้แพงโอเวอร์อะไรเลย แค่ทำตามกติกานิดหน่อยก็สามารถนั่งจิบกาแฟ ชิลกับบรรยากาศ และถ่ายรูปสวยๆ บนสะพานแขวนได้อย่างสบายใจ

พวกเราเที่ยวแบบช้าๆ เพลินๆ ในหมู่บ้าน พอใกล้เย็นค่อยกลับจุดกางเต็นท์ ชวนกันไปดูแสงยามเย็นบนกิ่วฝิ่น แม้ฤดูนี้พระอาทิตย์จะตกมุมหลังเขา แต่บรรยากาศทั้งหมดคือมีความสุขสุดๆ

คืนนี้เหลือเต็นท์ของพวกเราเพียงหลังเดียว มีแต่เสียงลม เสียงแมลง คอยขับกล่อมเป็นเพื่อน มันคือความสงบที่แท้จริง


เช้าวันสุดท้าย พวกเราเก็บของ เก็บแคมป์ ใช้เวลาช่วงก่อนเที่ยงเก็บตกบรรยากาศที่แม่กำปองอีกหน่อย แวะไปน้ำตกแม่กำปอง ร้านกาแฟชมนกชมไม้ อีกสองจุดท่องเที่ยวที่ใครมาแม่กำปองคงต้องเช็คอิน

หลังจากนั้นออกจากแม่กำปอง แวะไปนั่งแช่เท้า ต้มไข่กินเล่นๆ ที่น้ำพุร้อนสันกำแพง แล้วค่อยขี่รถกลับสถานีขนส่งผู้โดยสารเชียงใหม่ อาเขต คืนรถ นั่งรถทัวร์กลับบ้าน

หากถามผมว่าแม่กำปองทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปมากไหมจากครั้งแรกที่ผมมา คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเปลี่ยนไปมากเลยล่ะ คึกคักขึ้น สะดวกสบายขึ้น โฮมสเตย์รูปแบบเดิมหายไปเกือบหมด และไม่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว

แต่นั่นแหละทุกอย่างทุกที่ตัวเรา เพราะถ้าลองมาเที่ยวแบบใช้เวลาเยอะๆ มาเที่ยวแบบไม่ต้องรีบร้อน เราก็มีเวลามากพอได้เห็นเสน่ห์ซึ่งยังไงก็ยังคงมีอยู่มากมายในหมู่บ้านแห่งนี้ โดยเฉพาะที่ลานกางเต็นท์กิ่วฝิ่นต้องบอกเลยว่าพวกเราติดอกติดใจมากๆ

แล้วมีโอกาสจะกลับมากางเต็นท์อีกรอบนะ แม่กำปอง


ติดตามเรื่องราวการท่องเที่ยวเดินทางของผมได้อีกช่องทาง
www.facebook.com/alifeatraveller