อีสานใต้ On The Road : เที่ยวฟินๆ กินของอร่อย @ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ

ทริปเดินทาง : 11-14 กันยายน 2561

ดินแดนทุ่งนาข้าวหอมมะลิ และปราสาทหิน บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ หลายคนพอได้ยินชื่อแล้วอาจจะเมินหน้าหนี เพราไม่เคยคิดว่ามีอะไรให้เที่ยวหรือน่าสนใจมากมาย แต่ แต่ แต่…

แต่ผมเถียงขาดใจครับ เพราะมีภารกิจให้เดินทางไปตะลอนเที่ยวฟินๆ กินของอร่อย เน้นทั้งกิน ทั้งเที่ยว ในคราวเดียวกันที่สามจังหวัดแห่งอีสานใต้มาหลายวัน ผลปรากฏคือว่าเที่ยวไม่ทั่ว มันเป็นเรื่องจริงเชียวแหละ ที่นี่มีดีหลากหลายทั้งด้านโบราณสถาน แหล่งปราสาทขอม มีที่เที่ยวธรรมชาติ ซึ่งแม้อาจจะไม่ใหญ่โตมากทว่าก็มีความน่าสนใจในตัวเอง

แถมช่วงหน้าฝนขับรถเที่ยวอีสานใต้บอกได้ว่าเขียวสุดใจ ทุ่งนากว้างไกลบนแผ่นดินที่ราบสูงสุดลูกหูลูกตา มองไปทางไหนก็สวยสบายใจ อีสานใต้ใครว่าไม่มีดี ผมว่าไม่จริงหรอก ทั้งอิ่มทั้งฟินขนาดนี้ จะไม่เรียกว่า “ดีดี๊ดี” ได้ยังไง


บุรีรัมย์

เริ่มต้นกันที่จังหวัดบุรีรัมย์ หนึ่งในเมืองต้องห้ามพลาดที่กำลังมาแรงสุดขีด และกลายเป็นเมืองที่เติบโตรวดเร็วที่สุดจังหวัดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แน่นอนว่าเป็นผลมาจากความสำเร็จของสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และต่อยอดสู่การเป็นโมเดลเมืองกีฬา กำลังจะมีการจัดการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลกเสียด้วย ที่นี่มีอะไรดีๆ ไปดูกันครับ

เป็ดย่างคูเมือง

บอกเลยไม่กินถือว่าพลาด ไม่มาแล้วจะเสียใจ เป็ดย่างคูเมืองในตัวเมืองมีหลายสาขา ง่ายสุดก็ตรงข้ามสนามฟุตบอล ธันเดอร์ คาสเซิ่ล แต่ไหนๆ มาทั้งทีไปสาขาแรกดั้งเดิมเลยดีกว่า ชื่อเป็ดย่างคูเมือง ก็ต้องอยู่อำเภอคูเมือง ริมถนน 2074 หาไม่ยาก

ทีเด็ดนอกจากเป็ดย่างทั้งตัวต้องยกให้ตูดเป็ด เสียบไม้ละสามอัน สามไม้ร้อย จิ้มกับน้ำจิ้มสุดแซ่บอร่อยมาก อีกอย่างคือไส้ทอด กรอบเหมือนกินขนม ถ้านั่งกินที่ร้านมีอาหารอีสานอื่นอีกเพียบ สะอาดนั่งสบายครับ

อยู่ริม ทล.2074 ก่อนถึงตัวอำเภอคูเมืองเล็กน้อย
เปิดทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ 8.00-17.00 น.
โทร. 0835547126

เพลา เพลิน

หลายปีผ่านไปที่นี่กลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คของบุรีรัมย์แล้วล่ะ ไฮไลท์สำหรับเราคงอยู่ที่อุทยานดอกไม้ 6 โรงเรือน ไม้ดอกตามฤดูกาล เฟิร์น กล้วยไม้ สับปะรดสี กระบองเพชร หน้าวัว แต่ละโรงเรือนตกแต่งธีมเก๋ๆ ต่างกัน มีนางแบบสักคนสองคนถ่ายรูปเพลินแน่

โซนอื่นยังมีอีกนะครับทั้งที่พัก รีสอร์ท ร้านอาหาร กิจกรรมแอดเวนเจอร์ กิจกรรมหมุนเวียน บอกเลยว่าเพียบ รวมถึงโซนใหม่ด้านหน้าคือร้านกาแฟ ของที่ระลึก สินค้าโอท็อปพื้นถิ่น

อยู่ริม ทล.2074 เลยตัวอำเภอคูเมืองประมาณ 2 กิโลเมตร
เปิดทุกวัน จันทร์-ศุกร์ 9.00-18.00 น. เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 8.00-19.00 น.
ค่าเข้า ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 60 บาท (มีโปรมา 3 จ่าย 2 ถึง 30 พ.ย. 61)
โทร. 0877981039
www.facebook.com/PlayLaPloen
www.playlaploen.com

เขากระโดง

บอกก่อนเลยว่าที่นี่คือภูเขาไฟฟฟฟฟฟฟ แต่ไม่ต้องตื่นเต้นหรอกเพราะเป็นภูเขาไฟที่ดับสนิทลงตั้งแต่หลักหลายแสนปีโน่นแน่ะ (ฮา…)

พูดง่ายๆ นี่คือป่าในเมือง มีสถานะเป็นวนอุทยาน อยู่ในความดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ยอดเขาเป็นที่ประดิษฐานพระสุภัทรบพิตร เดินขึ้นทางบันไดนาคให้เหนื่อยเล่นๆ หรือขับรถขึ้นไปก็ตามใจ

บริเวณปากปล่องภูเขาไฟโบราณมีการสร้างสะพานแขวนเก๋ๆ ให้เดินถ่ายรูปกันด้วย

อยู่ริม ทล.2445 ก่อนถึงตัวเมืองประมาณ 7 กิโลเมตร
เปิดทุกวัน 8.00-18.00 น. ไม่มีค่าเข้าชม

สวนคุณปู่

ร้านกาแฟเปิดใหม่กลางทุ่งนา มีสะพานทอดยาวให้เดินเล่นถูกใจวัยรุ่นสายชิคสายเก๋ ราคาเครื่องดื่มไม่แรง เครื่องดื่มเย็นเริ่มต้น 50 บาท ทางร้านกำลังเพิ่มเติมกิจกรรมขึ้นเรื่อยๆ เรียกว่ากำลังมาแรงได้รับความนิยมและอยู่ไม่ไกลตัวเมือง

อยู่ที่ตำบลสะแกโพรง อำเภอเมือง แยกเข้าจาก ทล.218 ประมาณ 2 กิโลเมตร
เปิดทุกวัน 8.00-19.00 น.
โทร. 0639453228

ธันเดอร์ คาสเซิ่ล

ถึงตอนนี้กระแสไทยลีกฟีเวอร์จะน้อยลง แต่ไหนๆ ก็มาบุรีรัมย์ทั้งที ต้องแวะเวียนมาเยี่ยมชมสักหน่อยกับสนามฟุตบอลระดับสโมสรสวยที่สุดในประเทศ ในสนามเข้าชมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายวันที่ไม่มีการแข่งขันหรือต้องใช้สนาม ส่วนลานหน้าสนามเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกายของชาวบุรีรัมย์อยู่แล้ว กลางคืนสวยมาก ข้างๆ มีตลาดไนท์เซาะกราวแหล่งรวมของกินยามเย็นด้วย

อยู่ถนน ทล.2445 ก่อนถึงตัวเมืองบุรีรัมย์ประมาณ 3 กิโลเมตร

ลูกชิ้นยืนกิน

อร่อยจนหยุดไม่อยู่ ร้านลูกชิ้นรถเข็นหน้าสถานีรถไฟบุรีรัมย์ แค่ชื่อก็อธิบายได้หมดคือซื้อยืนจิ้มน้ำจิ้มกับผักแกล้มกินตรงหน้าร้านนั่นแหละ เดี๋ยวนี้มีร้านให้เลือกกว่าสิบร้าน แต่ละร้านพยายามสร้างมีจุดขายของตัวเอง บางร้านลูกชิ้นหลายอย่าง บางร้านมีผักแกล้มแปลกๆ บางร้านมีน้ำจิ้มหลายแบบ ก็ว่ากันไป ที่แน่นอนคือรสชาติดีทุกร้าน

ร้านแรกดั้งเดิมคือร้านป้านก หรือเรียกติดปากว่าร้านที่สอง เพราะรถเข็นตั้งอยู่ลำดับที่สองนั่นไง ไปลองดูครับว่าจะยืนกินกันได้สักกี่ไม้ (ฮา…)

ร้านรถเข็นตั้งอยู่หน้าสถานีรถไฟบุรีรัมย์
ขายทุกวัน ตั้งร้านแรกประมาณ 8.30 น. ตั้งครบทุกร้าน 10.00 น. ขายจนกว่าของหมดตอนเย็น

ปราสาทพนมรุ้ง

ปราสาทขอมยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ สัญลักษณ์แห่งอีสานใต้ เอาเป็นว่าถ้าใครไม่เคยไปเที่ยวนครวัด หรือเสียมเรียบ กัมพูชา มาที่นี่ต้องร้องว้าวแน่นอน (แต่ถ้าไปมาแล้วก็อีกเรื่องนะ… ฮา) ถือเป็นปราสาทขอมสวยสุดของบ้านเราในความเห็นผมครับ

อีกไฮไลท์คือชมทับหลักนารายณ์บรรทมสินธุ์ ซึ่งเคยถูกโจรขโมยและไปพบจัดแสดงอยู่ในสถาบันศิลปะชิคาโก้ สหรัฐ จนต้องตามทวงคืนกลับมาเหมือนเพลงที่คาราบาวร้องไว้นั่นแหละ อยู่ตรงไหนไปหาชมกันนะ

อยู่ที่ตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ
เปิดทุกวัน 6.00-18.00 น.
ค่าเข้า 20 บาท บัตรรวมกับปราสาทเมืองต่ำ 30 บาท

ปราสาทเมืองต่ำ

ถ้าคิดเที่ยวพนมรุ้งอย่างเดียวขอบอกเลยว่าแล้วจะเสียดาย เพราะถึงปราสาทเมืองต่ำจะขนาดเล็กกว่าและไม่ได้ตั้งบนภูเขา แต่เรื่องความสวยงามรับรองว่าเด็ดไม่แพ้กัน มุมถ่ายรูปสวยๆ เพียบครับ ใครอยากแต่งผ้าไทยมาแช้ะภาพที่นี่โลเกชั่นและบรรยากาศดีกว่าพนมรุ้งเสียอีก มาทีเดียวต้องเที่ยวแพ็คคู่ พนมรุ้ง-เมืองต่ำ ครับ

อยู่ในเขตอำเภอประโคนชัย ห่างจากปราสาทพนมรุ้ง 8 กิโลเมตร
เปิดทุกวัน 6.00-18.00 น.
ค่าเข้า 20 บาท บัตรรวมกับปราสาทพนมรุ้ง 30 บาท

กุ้งจ่อม-กระยาสารท ประโคนชัย

มีร้านกุ้งจ่อม-กระยาสารท ที่ประโคนชัยกี่ร้าน ตอบว่ามากกว่า 30 ร้าน… เยอะแน่นอนเพราะทั้งสองอย่างถือเป็นผลิตภัณฑ์โอท็อปสี่ดาวของที่นี่ แต่ละร้านงัดทีเด็ดกันออกมาดึงดูดลูกค้า รสชาติแตกต่างกันไปตามสูตร เดี๋ยวนี้กุ้งจ่อมมีแบบปรุงสำเร็จผัดพริกผัดทรงเครื่องด้วย กินกับข้าวสวยร้อนๆ หรือไข่เจียวนี่ก็ฟินเว่อร์ ส่วนกระยาสารทก็ทำรสชาติให้หลากหลายขึ้นครับ ผมชอบกินของคุณน้อย หอม หวาน มัน กรอบ ตามที่โฆษณาเลย ใครชอบของร้านไหนอีกแนะนำกันได้ครับ

มีหลายร้านขายจำนวนมากอยู่ที่อำเภอประโคนชัย โดยเฉพาะบนถนนอำนวยกิจ


สุรินทร์

ต่อกันที่จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดที่ใครต่อใครยกให้เป็นเมืองช้าง แต่นอกจากการเป็นเมืองช้าง ที่นี่คงเป็นเมืองแห่งทุ่งนาเพราะสีเขียวไกลสุดสายตาจริงๆ ยิ่งมาเที่ยวช่วงหน้าฝนบรรยากาศดีอย่าบอกใคร ถึงแม้แต่ละสถานที่เที่ยวจะไกลกันหน่อย ทว่าสามารถขับรถราสะดวก ถนนโล่งมาก กินลมชมวิวเพลินๆ ทีเดียวเชียว

หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง

สุรินทร์ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองช้างเพราะที่นี่ ถือว่าอยู่ไกลจากตัวเมืองพอสมควร แต่ถ้าใครชอบ ช้าง ช้าง ช้าง มีหูมีตาหางยาว ก็น่ามาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรายได้ให้คนเลี้ยงช้างครับ ข้างในมีการแสดงวันละสองรอบ ส่วนการนั่งช้างมีค่าใช้จ่ายเพิ่มต่างหาก

อยู่อำเภอท่าตูม ห่างจากตัวเมืองสุรินทร์ประมาณ 55 กิโลเมตร
เปิดทุกวัน 8.00-16.00 น. การแสดงช้างวันละสองรอบคือ 10.00 น. และ 14.00 น.
ค่าเข้า ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็กโต 20 บาท เด็กเล็ก 10 บาท

ขนมจีนยายฟัก

มาสุรินทร์ต้องกินขนมจีนและต้องเน้นว่าเป็นขนมจีนยายฟัก เจ้าเด็ดประจำเมือง เปิดร้านแป๊บเดียวแกงหมดไปหนึ่งหม้อ ผ่านอีกแป๊บมาเติมแล้วอีกหม้อ

เด็ดสะระตี่คือขนมจีนแกงไก่ แกงข้นๆ กับเนื้อไก่เน้นๆ สั่งราดขนมจีนก็ได้ หรือเอามากินกับข้าวเปล่าก็ดี ส่วนน้ำยาปลาหรือน้ำยากะทิก็เลิศ หรือใครชอบน้ำยาป่า น้ำพริกหวาน ก็จัดโลด การันตีว่าอร่อยทุกสไตล์

หน้าร้านยายฟักมีรถเข็นขายปอเปี๊ยะทอดอร่อยๆ ด้วยนะ สั่งมากินด้วยกันได้

อยู่ถนนเทศบาล 3 ตัวเมืองสุรินทร์
เปิดทุกวัน 8.00-14.00 น.
โทร. 0812662871, 0895817544

ศาลหลักเมืองสุรินทร์

เข้าเมืองสุรินทร์อยากให้แวะศาลหลักเมือง เพราะที่นี่มีศาลหลักเมืองสวยมาก จำลองแบบจากปราสาทขอม สำหรับผมถือเป็นศาลหลักเมืองสวยอันดับต้นๆ ของประเทศเลย ที่สำคัญสำหรับสายบุญว่ากันว่าศักดิ์สิทธิ์มากเสียด้วย

อยู่ในตัวเมืองสุรินทร์ นักท่องเที่ยวมาสักการะกันได้ตั้งแต่เช้าถึงค่ำ

ส้มตำเจ๊ตุ๊ก

นอกจากเป็นเมืองช้าง สุรินทร์ยังถือว่าเป็นเมืองส้มตำ มีประกวดส้มตำบ่อยมาก และส้มตำจากสุรินทร์ก็ไปชนะระดับประเทศหลายครั้ง ไปร้านไหนร้านนั้นมีดีกรีแสดงกันเต็มไปหมด (ฮา…)

หยิบมาหนึ่งร้านเลยครับ ร้านเจ๊ตุ๊ก ดีกรีชนะเลิศส้มตำอินเตอร์ ปี พ.ศ. 2548 ร้านบ้านๆ แต่นั่งสบายและสะอาดสะอ้าน อาหารแต่ละจานสะอาดน่าทาน รสชาติแซ่บอร่อยสมรางวัล เจ๊ตุ๊กเป็นคนตำส้มตำเองทุกครกนะเอ้อ ดังนั้นรสชาติไม่มีเพี้ยน แถมราคามิตรภาพเช็คบิลแล้วสบายใจ

อยู่ที่ซอยกรุงศรีใน ตัวเมืองสุรินทร์
เปิดทุกวัน 10.30-18.00 น.
โทร. 0868658893, 0894254765

ร.ศ. 235

อยากจะอาร์ตต้องมาร้านนี้ อาร์ตแค่ไหนคิดเอาว่าเจ้าของร้านยังวาดรูปขายอยู่เลย ไปนั่งตากแอร์เป็นแบบกันได้นะ (ฮา…)

ร.ศ. 235 เป็นร้านกาแฟ เครื่องดื่ม สไตล์วินเทจ ร้านเล็กๆ แต่ความน่ารักระดับสิบ เปิดประตูเข้าไปก็โดนใจแล้ว เครื่องดื่มเย็นฉ่ำราคาไม่แพง มีลูกเล่นตกแต่งเก๋ๆ ทั้งกาแฟ ชา น้ำผลไม้ตามฤดูกาล แนะนำเลยครับน้ำปั่นต่างๆ กับโกโก้ป๊อบคอร์น เข้มข้นสะใจมาก ราคาก็ทำให้ยิ้มกว้าง น้ำผลไม้ปั่นเริ่มต้น 35 บาท กาแฟเริ่มต้น 45 บาท ดีต่อใจจริงๆ

มีเมนูซิกเนเจอร์อย่างกาแฟดอกไม้ หรือน้ำดอกไม้สกัดเย็นด้วยนะ ส่วนขนมหวานแบบโฮมเมดก็มีครับ

อยู่ในซอยสุริยกานต์ ตัวเมืองสุรินทร์
เปิดทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ 11.00-19.00 น.
โทร. 0872392011
www.facebook.com/235rattanakosin

วนอุทยานพนมสวาย

ไม่ไกลจากสุรินทร์ก็มีป่าเหมือนกันนะ ถึงจะเป็นป่าเล็กๆ ที่วนอุทยานพนมสวายมีสิ่งน่าสนใจสำหรับสายธรรมชาติพอสมควร เป็นแหล่งศึกษาทางธรณีที่สำคัญ มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะไม่ไกลนัก แถมมีลานกางเต็นท์พร้อมห้องน้ำอย่างดีอีกต่างหาก

นอกจากธรรมชาติก็มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพียบ พระพุทธสุรินทร์มงคล สถูปอัฐิพระราชวุฒาจารย์ (ดูลย์ อตุโล) ศาลเจ้าแม่กวนอิม รอยพระพุทธบาทจำลอง และระฆัง 1080 ใบ ถือว่ามาทีเดียวได้เห็นอะไรเยอะดี

อยู่ที่ตำบลสวาย อำเภอเมือง ห่างจากตัวเมือง 25 กิโลเมตร
เปิดทุกวัน 8.00-18.00 น. ไม่มีค่าเข้าชม

ซแรย์ อาทิตยา


ซแรย์ แปลว่าทุ่งนาในภาษาเขมร อาทิตยาคือพระนามของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ นั่นคือที่มาของชื่อเพราะแปลกหู แต่ถ้าเรียกให้เป็นแบบทางการก็คือโครงการเกษตรอทิตยาทร

ถือเป็นสถานที่เรียนรู้และสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ของประเทศ บนพื้นที่กลางทุ่งกว้างแห่งสุรินทร์ นักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถเยี่ยมชมโครงการได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หมู่คณะสามารถขอศึกษาดูงานพร้อมวิทยากร และยังมีรีสอร์ทที่พักบริการผู้สนใจอีกต่างหากด้วยนะ

ต้องบอกนิดหน่อยว่าขณะนี้โครงการยังไม่เสร็จเต็มร้อย มีการสร้างอาคาร โรงเรือน รวมทั้งปรับปรุงพื้นที่เกษตร ซึ่งเป็นโครงการระยะยาวดำเนินการเรื่อยๆ ลองแวะเข้าไปชมกันได้ มีร้านกาแฟให้บริการ และช่วงหน้าหนาวนี้จะมีการปลูกดอกไม้สวยๆ ไว้รองรับนักท่องเที่ยวด้วย

อยู่ที่ตำบลเทนมีย์ อำเภอเมือง ใกล้กับอ่างเก็บน้ำอำปึล
เปิดทุกวัน 8.00-18.00 น. ไม่มีค่าเข้าชม

กบยัดไส้ อังแกบบอบ

อัง-แกบ-บอบ อ่านก็รู้แล้วว่าไม่ใช่ภาษาไทย และอ่านก็รู้แล้วว่าเป็นภาษาเขมรแน่นอน ซึ่งเป็นชื่อของเมนูพื้นถิ่นกบยัดไส้ย่าง นำเอากบนาสับละเอียดคลุกเคล้าเครื่องปรุงแล้วยัดกลับในตัวกบ ย่างไฟอ่อนๆ จนหอมฉุย ใครชอบกินกบโดนใจแน่นอน

แต่ใช่ว่าจะหากินง่ายนะ ตามปกติในตัวเมืองสุรินทร์จะมีขายตามตลาดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ แต่ถ้าจะหาพื้นที่ที่ขายกันเยอะๆ ต้องเลยไปตำบลหนองใหญ่ อำเภอปราสาท มีร้านรวงริมทางขายเมนูแซ่บๆ ให้กินทุกวัน

ร้านส่วนใหญ่ตั้งอยู่ริม ทล.214 ตำบลหนองใหญ่ อำเภอปราสาท

ปราสาทศีขรภูมิ

มองภายนอกอาจเป็นเพียงปราสาทขอมหลังเล็กๆ (ถ้าเทียบกับที่อื่น) แต่ถ้าเดินดูให้ทั่ว ขอบอกว่าเป็นปราสาทที่สวยมาก และยังเป็นปราสาทที่มีความอ่อนช้อย เพราะมีรูปแกะสลักนางอัปสราตรงเสาหน้าประตูทั้งสองฝั่ง พบที่เดียวในบ้านเราเท่านั้น และกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของสุรินทร์เลยเชียว

อยู่ในตัวอำเภอศีขรภูมิ
เปิดทุกวัน 7.30-18.00 น. ค่าเข้า 10 บาท

กะละแมสดศีขรภูมิ

ใครจะว่าที่นั่นที่โน่นที่ไหนอร่อย ผมไม่สน เพราะสำหรับผมกะละแมที่ศีขรภูมิอร่อยที่สุดในโลก รสชาติแรกกินมันตราตรึงจริงๆ (ฮา…)

ของดีศีขรภูมิแบบต้องห้ามพลาด มีขายหลายร้านหลายยี่ห้อ แต่ละร้านทำมายาวนานทั้งนั้น แต่โด่งดังที่สุดและผมชอบที่สุดคือตราปราสาทเดียว เป็นกะละแมสด ทำใหม่ทุกวัน เก็บได้ไม่เกินสามวัน เพราะฉะนั้นจะทานให้อร่อยต้องมาถึงถิ่น

มีวิธีกินเก๋ๆ คือแกะออกมาแล้วดมกลิ่นใบตองที่รีดด้วยเตาถ่านโบราณให้ติดจมูกเสียก่อน จากนั้นค่อยงับกะละแมเข้าปาก หวาน มัน เหนียวนุ่มหนึบกำลังดี กินแล้วฟินมีความสุขมากครับ

ร้านกะละแมตราปราสาทเดียว อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟศีขรภูมิ
เปิดทุกวัน 6.00-17.00 น.
www.facebook.com/kalamaesikhoraphum
โทร. 044561009


ศรีสะเกษ

ปิดท้ายกับจังหวัดที่คนสะกดชื่อไม่ค่อยถูก จังหวัดเดียวที่มีทั้งสามสอ ศ ส ษ และจังหวัดที่คนรู้จักน้อยกว่าชื่อของสถานที่ที่โด่งดังที่สุดคือเขาพระวิหาร (ใครไม่เคยได้ยินชื่อเขาพระวิหาร… คิดว่าคงไม่มีใช่ไหม) ถือเป็นครั้งแรกของผมที่ได้มาเที่ยวศรีสะเกษ แม้จะยังไม่ถือว่าไปทั่วเท่าไหร่ เพราะอยู่ไกลสุด (ฮา…) แต่ก็เป็นเรื่องดี เพราะคราวหน้าผมจะได้กลับมาใหม่ยังไงล่ะ

ไก่ย่างไม้มะดัน

ไก่ย่างไม้มะดันคืออะไร… ตอบว่าก็ไก่ย่างธรรมดานี่แหละแต่ชาวบ้านใช้กิ่งต้นมะดันมาทำไม้ปิ้งไก่ และเพราะที่นี่ขายไก่ย่างมานานหลายสิบปี ทำให้ใครผ่านไปผ่านมาเส้นห้วยทับทัน สุรินทร์-ศรีสะเกษ จะเจอร้านไก่ย่างเรียงรายเต็มไปหมด มีมากกว่า 40 ร้านเชียวล่ะ

จุดเด่นของไก่ย่างไม้มะดันคือใช้ไก่เนื้อเยอะ ย่างไม่แห้งเกิน สั่งแบบทั้งตัวมีเนื้อให้กินอิ่มเน้นๆ รสชาติติดเค็มนิดหน่อยตามสูตรของที่นี่ มาเส้นนี้ต้องจอดแวะซื้อ

ร้านไก่ย่างเรียงรายริมถนน ทล.226 อำเภอห้วยทับทัน ศรีสะเกษ
ขายตั้งแต่สายๆ จนถึงใกล้เย็น

ปราสาทสระกำแพงใหญ่

ที่นี่อาจไม่เหลือความสวยงามหรือยิ่งใหญ่ แต่ก็มีอะไรน่าชมไม่น้อยโดยเฉพาะทับหลังแกะสลักสวยๆ บนบานประตูหลายชิ้น รวมถึงหนึ่งในนั้นคือภาพนารายณ์บรรทมสินธุ์ อาจไม่อ่อนช้อยเหมือนที่พนมรุ้งแต่คนชอบเรื่องราวประวัติศาสตร์และศิลปะพลาดไม่ได้

อยู่ภายในวัดสระกำแพงใหญ่ อำเภออุทุมพรพิสัย ห่างจากสถานีรถไฟอุทุมพรพิสัย 2 กิโลเมตร
ไม่กำหนดเวลาเปิด-ปิด และไม่มีค่าเข้าชม

แซ๊บแซบ

ศรีสะเกษคืออีสาน และอาหารอีสานก็หาได้มากมายในศรีสะเกษ แต่ถ้าใครลังเลว่าจะเข้าร้านไหนดี ขอแนะนำร้านนี้แล้วกัน เพราะบรรยากาศสบายๆ ร่มรื่นดี มีที่นั่งเป็นซุ้มไม้แยกเป็นสัดส่วนและส่วนตัวมาก

เมนูอาหารอีสานมากกว่าร้อยรายการอ่านกันจนตาลาย รสชาติดี สะอาดน่ากิน บริการรวดเร็ว เมนูแนะนำของร้านคือคอหมูย่าง เอามายำ ตำ ผัดพริก จิ้มแจ่ว จัดให้ได้หมด ส้มตำและอาหารอีสานอื่นๆ ก็หลากหลายดีครับ

มาอีสานไม่กินอาหารอีสานจะไปกินอะไรล่ะ

อยู่สี่แยกโรงไอติม (แยกบายพาส) อำเภอเมือง
เปิดทุกวัน 9.00-20.00 น.
โทร. 0835642454

Cafe Racotta

ร้านที่สาวๆ ต้องกรี๊ด บรรยากาศดี นั่งสบาย ฟังเพลงเพลิน กับเครื่องดื่มชื่นใจ ขนมเค้กอร่อย และราคายังทำให้ต้องอมยิ้ม เครื่องดื่มมีเกือบร้อยเมนู แบบเย็นเริ่มต้นไม่ถึง 50 บาท ขนมเค้กราคาเฉลี่ยอยู่แค่ 50-60 บาท ดีงามถ่ายรูปสวยเหมาะมานั่งชิลมากครับ

อยู่ในตัวเมืองศรีสะเกษ ถนนเทพา ห่างจากศาลหลักเมืองเล็กน้อย
เปิดทุกวัน 7.00-21.00 น.
โทร. 045615855
www.facebook.com/caferacotta

ศรีสะเกษ อะควาเรียม

สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ (จืด) แบบง่ายๆ แต่ก็น่าเที่ยวไม่น้อย จัดทำไว้ดีทีเดียวทั้งอุโมงค์ชมปลา ตู้กระจกขนาดใหญ่ พันธุ์ปลาหลากหลายพอสมควร ถ้าอยู่ในตัวเมืองน่าแวะมาสักนิด

อยู่ภายในสวนเฉลิมพระเกียรติฯ (เกาะห้วยน้ำคำ) อำเภอเมือง
เปิดทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ 10.00-16.00 น.
โทร. 045612686

อช.เขาพระวิหาร

เอาล่ะ… จากคดีเขาพระวิหาร ตอนนี้เราไม่สามารถเข้าไปเดินเล่นชมปราสาทเขาพระวิหารได้แล้ว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะไม่เหลืออะไรที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร เพราะผามออีแดงที่โด่งดังยังเป็นจุดชมทะเลหมอกสวยสุดของอีสานใต้ ว่ากันว่าปลายฝนต้นหนาวคือช่วงพีคระดับสิบ

ที่เที่ยวง่ายๆ ในอุทยานยังมีเส้นทางไปจุดชมวิวผาหลวง ใกล้กันมีปราสาทขอมโบราณ ชื่อปราสาทโตนตวล

สักครั้งต้องไปเยือน ปักหมุดให้เลยสำหรับคนชอบธรรมชาติครับ

สถานที่ท่องเที่ยวอยู่เขตชายแดนไทย-กัมพูชา อำเภอกันทรลักษ์
สามารถเข้าไปรอชมทะเลหมอกได้ตั้งแต่ก่อนสว่าง
ค่าเข้า ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท รถยนต์ 30 บาท
โทร. 045826045


ติดตามเรื่องราวการท่องเที่ยวเดินทางของผมได้อีกช่องทาง
http://www.facebook.com/alifeatraveller