อมาญา ซันเดย์ บรันช์ @ อมารี วอเตอร์เกท ในมื้อที่เราตกหลุมรัก

ทริปเดินทาง : 17 กรกฎาคม 2560

เคยตกหลุมรักอาหารสักมื้อไหมครับ… มันจะเป็นอย่างไรกันนะ อาหารต้องอร่อยสักแค่ไหน บรรยากาศต้องดีสักเท่าไหร่ หรือคนที่ทานด้วยต้องเป็นคนที่เรารักขนาดไหน ผมว่าผมได้รับคำตอบนั้นแล้วล่ะครับ มื้อนี้อาหารซึ่งทำให้ผมยิ้มกว้างเหลือเกิน

เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ผมมีโอกาสควงแขนคู่ชีวิตไปเปลี่ยนบรรยากาศทานอาหาร (อีกแล้ว) ด้วยการเดินเข้าโรงแรมดีๆ มีระดับสักหน่อย จุดหมายคือโรงแรม อมารี วอเตอร์เกท ย่านประตูน้ำ เป็นสถานที่ซึ่งเดินผ่านไปผ่านตั้งแต่วัยรุ่น เพิ่งได้เข้ามาสัมผัสความเจ๋งข้างในก็คราวนี้

บุฟเฟ่ต์ที่เรามาทานกันในครั้งนี้เป็นมื้อกลางวันชื่อว่า อมาญา ซันเดย์ บรันช์ และตามชื่อคือเป็นบรันช์ (Breakfast + Lunch) ทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 12.00 – 15.30 น. สามชั่วโมงครึ่ง ที่ห้องอาหาร อมาญา ฟู้ด แกลเลอรี่ ตั้งอยู่ชั้น 4 ของโรงแรม เข้ามาที่ล็อบบี้แล้วขึ้นลิฟต์มาได้ทันที

ยอมรับเลยว่าบรรยากาศภายในห้องอาหาร อมาญา ฟู้ด แกลเลอรี่ ดีมากครับ กว้างขวาง มีหลายมุมให้เราเลือกนั่ง แบบใกล้ไลน์อาหารก็เดินสบาย แต่หากเลือกมุมที่ตกแต่งสวยๆ ในสไตล์แกลเลอรี่ก็เข้าท่านะ เหมาะสำหรับคนชอบถ่ายรูปกับฉากเก๋ไก๋

ก่อนจะสำรวจไลน์อาหารทั้งหมด ขอบอกก่อนว่าทีเด็ดสุดๆ ของซันเดย์ บรันช์ ที่โรงแรม อมารี วอเตอร์เกท คือล็อบสเตอร์ตัวใหญ่ซึ่งเราจะได้รับคนละครึ่งตัว เป็นเมน ล็อบสเตอร์ (หมายถึงล็อบสเตอร์สายพันธุ์จากรัฐเมน สหรัฐฯ) เลือกได้ว่ารับแบบ ย่าง อบชีส หรือ ตุ๋น

เราสองคนขอรับเป็นแบบอบชีสครับ คนละครึ่งตัว หอมชีสมากๆ

ทานอาหารครั้งนี้ได้รับความรู้ใหม่ว่าแท้จริงแล้วล็อบสเตอร์ไม่ใช่กุ้งมังกรเหมือนที่เคยเข้าใจมาตลอด ความแตกต่างชัดเจนที่สุดคือรูปร่าง ล็อบสเตอร์เปลือกสีดำๆ ด่างๆ มีก้ามใหญ่มาก ส่วนกุ้งมังกรที่เราคุ้นกว่าจะไม่มีก้าม (เปิดอากู๋ดูรูปแล้วต้องร้องว่าจริงแฮะ)

และสิ่งสำคัญที่ต่างกันอีกอย่างคือล็อบสเตอร์เพาะเลี้ยงยากมาก จึงอาศัยการจับจากธรรมชาติเท่านั้น แหล่งล็อบสเตอร์ใหญ่สุดก็คือรัฐเมน ประเทศสหรัฐฯ ส่วนกุ้งมังกรจะหาจากธรรมชาติก็ได้ หรือฟาร์มเพาะเลี้ยงก็เยอะ บ้านเราถือเป็นแหล่งใหญ่เหมือนกัน

เอาล่ะครับ… มาดูไลน์อาหารอื่นกันบ้างดีกว่า อีกไฮไลท์เด็ดของ อมาญา ซันเดย์ บรันช์ อยู่ที่ซีฟู้ดออนไอซ์ แค่มองก็ต้องกลืนน้ำลายเพราะจัดเต็มมาก เด่นทิ่มตาแต่ไกลคือหอยนางรมสดๆ มีสองสายพันธุ์ หอยนางรมเกาหลี และหอยนางรมฝรั่งเศส

อยู่ใกล้กันได้แก่ปูยักษ์อลาสก้า อื้อหือ… ใหญ่โอ้โหมาก ใครชอบส่วนไหนเลือกหยิบกันตามสบายเลย

ถัดไปคือปูม้า กับกั้ง และหากขยับไปซ้ายอีกนิดคือสวรรค์ของคนชอบกุ้ง มีทั้งกุ้งลายเสือ กับกุ้งแม่น้ำ รับประกันความหวานสดใหม่ครับ

ปิดท้ายไลน์ซีฟู้ดออนไอซ์ด้วยหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์เนื้ออวบๆ เห็นแล้วฉ่ำปากขึ้นมาทันทีเชียวแหละ

รวมๆ แล้วหน้าตาซีฟู๊ดออนไอซ์ของเราสองคนออกมาแบบนี้ จัดว่าเลิศหรูดูดี และที่ว่าล็อบสเตอร์ก้ามใหญ่ มันเป็นแบบนี้นี่เอง เนื้อก้ามนี่อย่างฟิน

นอกจากซีฟู้ดออนไอซ์ ยังมีอาหารทะเลแบบปิ้งย่างหรือบาร์บีคิวด้วยนะ เดินไปสั่งได้เลยที่ครัวกริลล์ ทั้งกุ้งแม่น้ำ กั้ง แซลมอน หมึก ยกขบวนมายั่วน้ำลาย โดยส่วนตัวผมชอบทานแบบปิ้งย่างมากกว่าครับ

แต่อาหารทะเลปิ้งย่างยังไม่ใช่ที่สุดสำหรับผม เพราะปกติชอบทานเนื้อวัวมากกว่า และโชคดีว่าที่นี่มีให้เลือกทั้งเนื้อสันใน (เทนเดอร์ลอย) และเนื้อสันนอก (เซอร์ลอย) เคยได้ยินคำถามบ่อยๆ ว่าเนื้ออะไรอร่อยกว่า ขอบอกว่าผมตอบไม่ถูก ขอให้เป็นเนื้อวัวเถอะจะส่วนไหนก็ฟาดเรียบ ฉะนั้นต้องสั่งแบบแพ็คคู่ แบบสุกกำลังดีไม่แห้งเกินไป

อาหารญี่ปุ่นพวกซูชิ ปลาดิบ ยำสาหร่าย อยู่ข้างๆ ไลน์ซีฟู้ด แซลมอน ทูน่า สดมากๆ

วนมาทางครัวอาหารไทย ทำเก๋สไตล์สรีทฟู้ด ส้มตำ ยำ น้ำตก คอหมูย่าง หรือจำพวกลูกชิ้นปิ้ง ปีกไก่ทอด ผัดไท ข้าวมันไก่ ต้มยำ ฯลฯ แซวกันขำๆ ว่าคือการเอาอาหารริมฟุตบาทย่านประตูน้ำขึ้นมาบนโรงแรม พร้อมอัพเกรดเรื่องคุณภาพและความสะอาด แต่รสชาติแซ่บเหมือนเดิม

ข้างกันเป็นครัวจีนขนาดย่อม ติ่มซำ เป็ดย่าง หมูแดง หมูหัน ไม่เยอะมากครับเพราะอย่างที่เห็นตั้งแต่แรกคือที่นี่เน้นซีฟู้ดเป็นหลัก แต่ก็ถือว่ามีเพิ่มให้เป็นตัวเลือกหลากหลาย

สำหรับครัวอินเดีย นาน และแกงต่างๆ ทำร้อนๆ รับประกันความอร่อยเช่นกัน เพราะโรงแรม อมารี วอเตอร์เกท ขึ้นชื่อเรื่องอาหารอินเดียอยู่ไม่น้อย

ฝั่งอาหารอิตาเลียน พิซซ่า สปาเก็ตตี้ มีครบ พิซซ่าแบบแป้งบางถือเป็นหนึ่งในของโปรดผมอยู่แล้ว จัดไปหลายชิ้นเหมือนกัน ส่วนสปาเก็ตตี้ พาสต้า ฟูซิลลี่ บอกเชฟให้ปรุงใหม่ได้เลย เลือกสไตล์ตามต้องการ ซอสเนื้อ มะเขือ คาโบนาร่า

นั่งละเมียดละไมกับอาหารดีๆ และบรรยากาศดีๆ เดินไปครัวนั้นที ตักเพิ่มครัวนี้ที เท่าที่สังเกตส่วนมากแขกจะวนเวียนอยู่กับไลน์ซีฟู้ด รวมถึงคนข้างๆ ผมด้วย แต่สำหรับผมเน้นหนักไปทางเนื้อย่าง อาหารอิตาเลียน และอาหารไทย ถือเป็นมื้อที่หลากหลายดีครับ

พออิ่มแล้วต้องขอตบท้ายด้วยของหวาน ไลน์ของหวานที่นี่ยกนิ้วให้เลย มีทั้งแบบฝรั่งคือขนมเค้กต่างๆ หรือขนมไทยๆ ลอดช่อง รวมมิตร เต้าทึง ขนมเบื้อง แบบว่าอิ่มแล้วนะแต่พอเจอขนมหวานน่าทานแบบนี้ก็อดใจไม่ไหวต้องจัดอย่างละนิดละหน่อย

หนึ่งมื้อผ่านไป บอกตรงๆ ว่าแม้จะอิ่มขนาดไหน อีกไม่กี่ชั่วโมงท้องก็จะต้องร้องกลับมาขออาหารใหม่อีกรอบ แต่สิ่งหนึ่งที่จะไม่จางหายคืออะไรรู้ไหมครับ… ก็รอยยิ้มกว้างมากมายของคนข้างกายผมยามที่เธอได้ตักเนื้อล็อบสเตอร์เข้าปาก หรือเอร็ดอร่อยกับปูอลาสก้า หอยนางรม และอีกหลากหลายอย่างที่เธอชอบ

นั่นแหละคือเหตุผลที่ผมรักอาหารมื้อนี้ และรัก อมาญา ซันเดย์ บรันช์ เหลือเกิน


 

อมาญา ซันเดย์ บรันช์ ให้บริการทุกวันอาทิตย์ 12.00 – 15.30 น. ที่ห้องอาหาร อมาญา ฟู้ด แกลเลอรี่ โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพ

• 1,800 บาท ++ ต่อท่าน (เฉพาะอาหาร)
• 2,499 บาท ++ ต่อท่าน รวมน้ำดื่ม ซอฟดริงค์ น้ำผลไม้ ชาและ กาแฟ
• 2,999 บาท ++ ต่อท่าน รวมน้ำดื่ม ซอฟดริงค์ น้ำผลไม้ ไวน์แดง ไวน์ขาว และ สปารค์กลิ้งไวน์ ไม่จำกัด
• 3,500 บาท ++ ต่อท่าน รวมน้ำดื่ม ซอฟดริงค์ น้ำผลไม้ ไวน์แดง ไวน์ขาว และ สปารค์กลิ้งไวน์ และ แชมเปญ ไม่จำกัด

โปรโมชั่นพิเศษสำหรับบัตรเครดิด

• กสิกรไทย = มา 4 จ่าย 2 หรือรับส่วนลด 20% (1 กรกฏาคม – 30 กันยายน, 2560)
• ไทยพาณิชย์ = มา 4 จ่าย 2 หรือรับส่วนลด 20% (1 กรกฏาคม – 30 กันยายน, 2560)
• กรุงศรี = มา 4 จ่าย 2 หรือรับส่วนลด 20% (1 กรกฏาคม – 30 กันยายน, 2560)
• KTC = มา 4 จ่าย 2 หรือรับส่วนลด 20% (1 กรกฏาคม – 30 กันยายน, 2560)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และสำรองที่นั่ง โทร. 02 653 9000 ต่อ 355 หรือ 356
อีเมล์ amaya.watergate@amari.com


ติดตามเรื่องราวการท่องเที่ยวเดินทางของผมได้อีกช่องทาง
http://www.facebook.com/alifeatraveller