ทะเลหมอกหน้าร้อน นอนเต็นท์ริมอ่าง ดูผีเสื้อบ้านกร่าง สนุกสำราญ @ แก่งกระจาน

Kangkrajan 001-2

ทริปเดินทาง : 8-11 เมษายน 2558

ทะเลหมอกฤดูร้อน มีจริงหรือ ? มีจริงสิครับ เขาบอกกันว่าหาดูได้ที่เขาพะเนินทุ่ง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพชรบุรี เพราะมีทะเลหมอกทั้งปี ฝน ร้อน หนาว ไม่เกี่ยง ขอให้อากาศเป็นใจลมไม่แรงรับประกันว่าเห็นหมอกขาวนุ่มๆ งามๆ ซึ่งด้วยความสงสัยใคร่รู้อยากเห็นกับตาเลยต้องจัดสักหน่อย เข้าเดือนเมษายนก่อนสงกรานต์กำลังเหมาะกับการพิสูจน์ว่าทะเลหมอกหน้าร้อนมีชัวร์หรือมั่วนิ่ม แถมหน้าร้อนที่แก่งกระจานยังมีกิจกรรมเด่นอีกอย่างคือเป็นฤดูชมผีเสื้อ เรียกว่ายิงนกนัดเดียวได้ปืนสองตัวเลยเชียวล่ะ!

พูดถึงแก่งกระจาน ผมเคยเที่ยวมาแล้วตอนปลายฝนสักสองปีก่อน เส้นทางและสถานที่เที่ยวต่างๆ จึงชำนาญพอสมควร ทริปนี้เดินทางสองคนกับท่านผู้หญิง ใช้รถยนต์ส่วนครอบครัวเป็นพาหนะ เพราะการเดินทางในแก่งกระจานหากไม่มีรถยนต์จะค่อนข้างลำบากเนื่องจากไม่มีรถสาธารณะใดเลย จะเที่ยวโดยไม่มีรถส่วนตัวก็ต้องเป็นยอดนักโบกกันหน่อย

Kangkrajan 002

Kangkrajan 003

งานนี้ปักหมุดเที่ยวห้าหัวข้อใหญ่ ตั้งแต่นอนเต็นท์ริมอ่างเก็บน้ำ ชมวิวเขื่อน ดูผีเสื้อ ทะเลหมอก และแม่น้ำเพชรบุรี เวลามีเหลือเฟือสี่วันสามคืน ถือว่ามากเกินไปสำหรับการเที่ยวแก่งกระจานด้วยซ้ำ และเพราะเดินทางแบบขับรถวกไปวนมาไม่ได้เป็นระบบระเบียบ เลยขออนุญาตเล่าแบบแยกเป็นกิจกรรมแล้วกันครับ ส่วนใครสนใจอยากไปเที่ยวบ้างจะจัดโปรแกรมแบบไหนก็ตามใจชอบตามสะดวก


ภารกิจที่ 1 : นอนเต็นท์ริมอ่าง

ไม่ใช่อ่างจากุซซี่แน่ๆ อ่างที่ว่าคืออ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจานนั่นแหละ ตลอดแนวอ่างมีที่พักและรีสอร์ท ให้บริการพอสมควร ราคาหลายระดับ แต่เที่ยวแบบงบประหยัดต้องกางเต็นท์ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานครับ (อยู่ตรงข้ามกับที่ทำการอุทยานฯ) ลานกว้างขวาง วิวดี จุดเด่นคือห้องน้ำสร้างใหม่สะอาดสะอ้าน แถมขับรถหาของกินสะดวก ไป 7-11 ที่ตัวอำเภอยังไหว ข้อเสียคือเป็นลานโล่งแดดร้อนตับแล่บ พอสว่างต้องเผ่นหนีเที่ยวห้ามอยู่เต็นท์เด็ดขาด ผมซุกหัวนอนที่นี่ตลอดสามคืนครับ เอาเต็นท์มาเองเสียค่าธรรมเนียมคืนละ 30 บาท ส่วนใครมีเต็นท์เองเขาก็มีให้เช่า เล็ก 120 บาท ใหญ่ 250 บาท

Kangkrajan 004

Kangkrajan 005

Kangkrajan 006

รอบอ่างเก็บน้ำและพื้นที่ศูนย์บริการฯ มีจุดชมวิวเพียบ ช่วงนี้น้ำแห้งมากเพราะแล้งจัดเขื่อนต้องปล่อยน้ำตลอดแต่ก็ยังดูสวยดีนะ จริงๆ แล้วที่อุทยานฯ มีจุดค้างแรมอีกสองแห่งคือที่บ้านกร่างกับเขาพะเนินทุ่งด้วย แต่ผมตัดสินใจนอนข้างล่างไม่ขึ้นไปด้านบนเพราะต้องการถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกด้วยครับ

อ้อ… ที่ศูนย์บริการฯ มีร้านอาหารด้วยนะครับ ปิดตอนเย็นสี่โมงครึ่ง ใครแบ็กแพ็กโบกรถไปเที่ยวไปนอนที่นี่ จะให้ง่ายที่สุดคือสั่งอาหารกล่องไว้ก่อนที่เขาจะปิดนั่นไง ผมใช้วิธีนี้ประจำแหละ

Kangkrajan 007

Kangkrajan 008

Kangkrajan 009

Kangkrajan 010


ภารกิจที่ 2 : ชมวิวสันเขื่อน

มาแก่งกระจานถ้าไม่ได้ขึ้นมาสันเขื่อนคงเหมือนมาไม่ถึงล่ะนะ แม้ว่าความจริงวิวตรงนี้ไม่ได้สวยอะไรก็เถอะ (ฮา…) บริเวณสันเขื่อนเราขับรถขึ้นมาได้ครับ เปิดตั้งแต่เวลาหกโมงเช้าถึงหกโมงเย็นเพราะเป็นพื้นที่ราชการ ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปกับป้ายเขื่อนเป็นหลักฐานว่ามาถึงที่นี่แล้วแค่นั้นแหละ

ผมวนขึ้นสันเขื่อนหลายรอบอยู่ เพราะช่วงเช้าได้วิวสวยๆ ฝั่งอ่างเก็บน้ำ ส่วนคล้อยบ่ายได้แสงเหมาะๆ ฝั่งโรงไฟฟ้าด้านหลังเขื่อน

Kangkrajan 011

Kangkrajan 012

Kangkrajan 014

มาข้างบนนี้จะมีมอเตอร์ไซค์ขับตาม ไม่ต้องตกใจนะครับเพราะเขาไม่ได้มาดักปล้นเราแน่! แค่มาเสนอขายทัวร์นั่งเรือเที่ยวชมอ่างเก็บน้ำต่างหาก ใช้เวลาประมาณ 45 นาที พาชมวิวกับให้อาหารฝูงลิงบนเกาะกลางอ่าง สนนราคามาตรฐาน 500 บาท นั่งได้ 10 คน คนเรือรายไหนบอกราคาเกินนี้ตอบปฏิเสธไปได้เลยครับ มาคราวนี้ผมไม่ได้ล่องเรือเที่ยวเพราะเคยนั่งมาแล้ว ขอเอาภาพเก่าๆ จากครั้งก่อนมาให้ชมแล้วกัน

Kangkrajan 015

Kangkrajan 016


ภารกิจที่ 3 : ดูผีเสื้อบ้านกร่าง   

ฤดูกาลชมผีเสื้ออยู่ระหว่างเดือนเมษายน-มิถุนายน เพราะผีเสื้อชอบอากาศร้อนและแสงแดดครับ ช่วงนี้จะแปลงร่างทรานส์ฟอร์มเมอร์จากดักแด้มาติดปีกบินกันว่อน ว่ากันว่าช่วงที่เยอะสุดๆ และแดดดีๆ จะบินกันให้ว่อนหลายแสนตัวเลยล่ะ

การขึ้นบ้านกร่างต้องผ่านด่านเก็บเงินของอุทยานฯ ตรงหน่วยพิทักษ์ฯ เขาสามยอด เดี๋ยวนี้เขาเก็บเพิ่มจาก 40 บาท เป็น 100 บาท (มี 31 อุทยานฯ ที่ขึ้นราคาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา) จากนั้นเข้าไปอีกประมาณ 15 กิโลเมตร รถเก๋งขึ้นสบาย ทางลาดยางสวนกันได้ตลอดสาย ถนนเสียบ้างนิดหน่อยไม่หนักหนา ช่วงต้นทางขึ้นใกล้กับด่านสามยอดจะมีอุโมงค์ต้นไม้สวยเชียวครับ แวะลงไปถ่ายรูปกันได้ พอขึ้นถึงบ้านกร่างก็จะพบหน่วยพิทักษ์ฯ ร้านอาหารสวัสดิการ ลานกางเต็นท์ และที่บ้านกร่างนี่ยังเป็นแหล่งชุมนุมของนักดูนกด้วยครับ แต่ละคนเลนส์กระบอกซูเปอร์ข้าวหลาม

Kangkrajan 017

Kangkrajan 018

Kangkrajan 019

จุดชมผีเสื้ออยู่บริเวณลำธารซึ่งมีสี่จุด คือลำธารตรงที่กางเต็นท์ แล้วก็ลำธาร 1 2 3 ผมเดินตั้งแต่ลานกางเต็นท์ไปถึงลำธาร 3 โน่นเลยระยะทางก็น่าจะสักสองกิโลเมตรเห็นจะได้ เดินสบายๆ ครับ ชมนกชมไม้ไปเรื่อย แต่ใครจะขับรถมาสักลำธาร 1 แล้วจอดทิ้งไว้ก็ได้ รับประกันว่าใครมาเจอฝูงผีเสื้อที่บ้านกร่างต้องตาโตแน่นอน ถ่ายวิดีโอดูอลังการสวยกว่าภาพนิ่งมากครับ ด้วยเวลาเยอะ ผมเลยให้เวลากับผีเสื้อบ้านกร่างแบบเต็มๆ ขับรถขึ้นไปถึงสิบโมงกว่าๆ ลงมาก็สี่โมงเย็นแล้ว

Kangkrajan 020

Kangkrajan 021

Kangkrajan 022

Kangkrajan 023


ภารกิจที่ 4 : ทะเลหมอกหน้าร้อน

เขาพะเนินทุ่งอยู่เลยจากบ้านกร่างอีกประมาณ 20 กิโลเมตร อดีตเคยเป็นถนนลาดยางแต่ปัจจุบันพังไม่เหลือสภาพจนเรียกว่าเป็นทางลูกรังแล้วล่ะ มีคำถามเสมอว่ารถเก๋งขึ้นได้ไหม? คำตอบคือถ้าจะดันทุรังหรือพามันถูลู่ถูกังไปก็อาจถึง ใช้คำว่า “อาจ” เพราะโอกาสไม่ถึงมีมากกว่า และต่อให้ไปถึงก็เสี่ยงว่าจะไม่คุ้มค่าอะไหล่ที่พังไปนะเอ้อ แต่เอาเถอะไม่ต้องเถียงกันให้มากความแล้วเพราะอุทยานฯ เพิ่งมีคำสั่งห้ามนำรถเก๋งขึ้นเขาพะเนินทุ่งเด็ดขาด ต้องเป็นกระบะหรือเอสยูวีเท่านั้น

ไม่มีรถขึ้นไปก็ต้องจ้าง ราคาเหมาคันสนน 1,600 บาท นั่งได้ 10 คน สำหรับการขึ้นไปชมทะเลหมอกและเที่ยวบ้านกร่าง หากต้องการอยู่กางเต็นท์ค้างแรมบนพะเนินทุ่ง คนขับรถเขาต้องค้างด้วย ก็ขอเพิ่มราคาเป็น 2,000 บาท ซึ่งเส้นทาง บ้านกร่าง-พะเนินทุ่ง มีกำหนดเวลาขึ้น-ลง เพราะรถสวนกันลำบาก คือขาขึ้น 5.30-7.30 กับ 13.00-15.00 และขาลง 9.00-10.00 กับ 16.00-17.00 ซึ่งหากเป็นช่วงนักท่องเที่ยวน้อยก็มีผ่อนผันหยวนๆ กันไม่เข้มมากนัก แต่เป็นเทศกาลนี่ต้องเคร่งครัดเลยล่ะ

Kangkrajan 024

Kangkrajan 025

ผมไปกันสองคนเองทำไงดี? วิธีคลาสสิคที่สุดคือโบกครับ ขับรถไปรอที่ด่านสามยอดตั้งแต่ตีห้า ขอติดรถคนที่เหมารถขึ้นไป ผมขึ้นไปวันศุกร์ซึ่งปกตินักท่องเที่ยวน้อย แต่ก็ยังโชคดีมีรถขึ้นไปคันนึง แถมเขาใจดีไม่คิดสตางค์หารค่ารถเสียด้วย ทว่าวิธีนี้มีข้อเสียคือโบกเขาไปแล้วเราเรื่องมากอยากไปโน่นไปนี่ไม่ได้

บนพะเนินทุ่งมีจุดชมทะเลหมอกสองจุดคือใกล้กับลานกางเต็นท์ กม. 30 กับที่ กม.36 บังเอิญกรุ๊ปที่ผมติดรถขึ้นมาด้วยมีเด็กหลายคน ชมทะเลหมอกจุดแรกเสร็จก็ขอแวะพักกินข้าวเช้ากันก่อน ผมขอติดรถเขามาจะมีสิทธิ์มีเสียงอะไร กว่าจะไปที่จุดชมวิว กม.36 หมอกก็ละลายอันตราธานไปเรียบร้อยเพราะว่าแดดจัดมาก แต่หากใครไปช่วงเทศกาลท่องเที่ยวก็ไม่ต้องกลัวครับ มีรถขึ้นและคงจะได้ชมทั้งสองจุดค่อนข้างแน่

Kangkrajan 026

Kangkrajan 027

Kangkrajan 028

Kangkrajan 029


ภารกิจที่ 5 : เล่นแม่น้ำเพชรบุรี

สายน้ำจากป่าเขาไหลมากักเก็บที่เขื่อนแก่งกระจาน ปล่อยลงสู่แม่น้ำเพชรบุรี อีกหนึ่งกิจกรรมยอดฮิตเมื่อมาเที่ยวเขื่อนแก่งกระจานคือเล่นน้ำที่แม่น้ำเพชรบุรีครับ น้ำสีสวย เย็นฉ่ำ และไหลแรง (เพราะเพิ่งปล่อยมาจากเขื่อน) เหมาะกับการเล่นน้ำและลอยละล่องมาก ตลอดลำน้ำเรียงรายด้วยที่พัก ร้านอาหาร หรือใครไม่อยากเล่นมานั่งริมน้ำชม ชมผู้คนหัวเราะเฮฮาสนุกสนานกันได้

Kangkrajan 030

Kangkrajan 032

Kangkrajan 033

อีกกิจกรรมน่าสนคือการล่องเรือยาง รีสอร์ทที่พักส่วนมากมีให้บริการ หรือติดต่อที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของอุทยานฯ ก็ดี ราคา 1,200 บาท นั่งได้ 10 คน (อีกแล้ว) สำหรับผมไปกันสองคนก็แน่นอนว่าต้องพลาดไปตามระเบียบ แต่มีรูปเก่าๆ ที่เคยถ่าย (คนอื่น) เอาไว้มาให้ชมครับ

Kangkrajan 034

Kangkrajan 035


ทริปนี้ยังขาดอีกภารกิจขอติดค้าง คือการเดินป่ายลความงามของน้ำตกทอทิพย์ ซึ่งอยู่สุดปลายถนนบนเขาพะเนินทุ่ง มีเส้นทางเดินราว 3 กิโลเมตร ไปกลับแวะเที่ยวเล่นน้ำใช้เวลาสี่ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย แต่ด้วยช่วงนี้หน้าแล้งผมเลยขอแปะไว้ก่อน สักเดือนมกราคมเหมาะสมที่สุดในการไปเที่ยวครับ คราวหน้ามาจะไม่ให้พลาดแล้วล่ะ

โดยรวมการกลับมาแก่งกระจานยังประทับใจครับ อุทยานฯ จัดการบริหารค่อนข้างดี บอกเลยว่าการเข้าป่าแก่งกระจานง่ายต่อการพบสัตว์อย่าง ชะนี ค่าง เก้ง สัตว์ตามต้นไม้ รวมถึงเป็นแหล่งดูนกชั้นดีของประเทศด้วย จะเห็นกรุ๊ปถ่ายรูปนกตลอดเส้นทาง แถมเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมได้เห็นนกเงือกกรามช้างโผบินกลางผืนป่าซึ่งน่าชื่นใจมาก (ปกติเห็นแค่นกกกหรือนกเงือกที่คนทั่วไปรู้จัก) แม้ไม่สามารถถ่ายภาพไว้ได้ก็ตาม

Kangkrajan 036

Kangkrajan 037

การขึ้นค่าตั๋วมองในแง่ไม่ดีมันก็แพงเกิน แต่มองแง่ดีก็นับเป็นการคัดกรองนักท่องเที่ยวให้น้อยลง คนเข้ามาคือคนที่ชอบธรรมชาติจริงๆ เป็นผลประโยชน์กับธรรมชาติครับ… ถ้ารักธรรมชาติด้วยหัวใจจริงๆ เงินคนละหนึ่งร้อยบาทถือว่าถูกแสนถูกครับ


ติดตามเรื่องราวการท่องเที่ยวเดินทางของผมได้อีกช่องทาง
http://www.facebook.com/alifeatraveller